ศาลกำหนดการไต่สวนพยานฝ่าย ป.ป.ช. 12 ปาก ในวันที่ 8 ,22 ,28 ก.พ.65 ขณะที่ พยานฝ่าย น.ส.ปารีณา มี 10 ปาก กำหนดไต่สวน 1-3 มี.ค.65 และ 8-10 มี.ค.65 โดยวันนัดพยาน ให้พยานมาศาลตามนัดทุกนัด มิเช่นนั้น จะถือว่า ไม่ติดใจในการให้ถ้อยคำ พร้อมกันนี้ ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 7 เม.ย.65 เวลา 10.30 น.
นายทิวา การกระสัง ทนายความ น.ส.ปารีณา กล่าวว่า กรณีที่ศาลฎีกาฯ ระบุว่า น.ส.ปารีณา ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการงบประมาณฯ ได้นั้น ถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีศาล ชี้ขาดว่า ผู้ที่อยู่ระหว่างสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ไปเป็นกรรมาธิการไม่ได้ แต่กระบวนการแต่งตั้ง น.ส.ปารีณา เป็นกระบวนการโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีการเสนอชื่อผ่านสภาฯ และได้รับความเห็นชอบ โดย น.ส.ปารีณา ไม่ได้เข้าไปเป็นเอง
ดังนั้น จึงไม่ส่งผลทำให้งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ต้องเป็นโมฆะ และไม่ผูกพันใดๆ เป็นเพียงแค่การสร้างบรรทัดฐานใหม่เท่านั้น แต่หากมีข้อสงสัยในประเด็นนี้ ควรจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดเพื่อความชัดเจน เพราะคำวินิจฉัยของศาลฎีกา ไม่ได้ผูกพันทุกองค์กรรวมถึงรัฐสภา
ขณะที่ น.ส.ปารีณา ยืนยันว่า เคารพการตัดสินใจของศาล ส่วนจะส่งผลต่อการหาเสียงเลือกตั้งที่ขณะนี้มีกระแสเรื่องการหาเสียงนั้น ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะระหว่างที่ตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ยังลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง