ศาลฎีกาฯ สั่ง “เอ๋ ปารีณา” หยุดปฎิบัติหน้าที่ กมธ.งบประมาณฯ ชี้เป็นหน้าที่ ส.ส. ด้านการนำสืบ ป.ป.ช.เบิกพยาน 12 ปาก ส่วนผู้คัดค้าน เตรียมพยาน 10 ปาก ศาลนัดตัดสินคดี 7 เม.ย.ปีหน้า

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้พิพากษาองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เสียงข้างมาก มีคำสั่งในวันนี้ (9 พ.ย.64) ให้น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 (กรรมาธิการงบประมาณฯ)

 

คำสั่งศาลฎีกาฯ เป็นไปตามที่ ป.ป.ช.คัดค้านการทำหน้าที่ในตำแหน่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ  ของ น.ส.ปารีณา เนื่องจากเห็นว่า ศาลฎีกาฯ ได้สั่งให้ น.ส.ปารีณา ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไปแล้ว ดังนั้น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ รายจ่ายประจำปี เป็นหน้าที่ของสภาฯ การทำหน้าที่กรรมาธิการวิสามัญ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.  เมื่อ น.ส.ปารีณา ได้รับคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมาธิการฯ ได้  

 

ส่วนกรณีที่ น.ส.ปารีณา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการยื่นคำร้องของ ป.ป.ช.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ผ่านมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.นั้น ศาลฎีกาฯ เห็นว่า มิใช่บทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาฯสั่ง“เอ๋ ปารีณา”หยุดปฎิบัติหน้าที่กมธ.งบฯ-ตัดสินคดี7เม.ย.ปีหน้า

ส่วนกระบวนวิธีพิจารณาคดี วันนี้ (9 พ.ย.) ศาลฎีกาฯ ตรวจพยานหลักฐานคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 16 มี.ค.64 ขอให้ศาลฎีกาฯ วินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณี น.ส.ปารีณา บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ ในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม 

ศาลฎีกาฯสั่ง“เอ๋ ปารีณา”หยุดปฎิบัติหน้าที่กมธ.งบฯ-ตัดสินคดี7เม.ย.ปีหน้า

 

ศาลฎีกาฯสั่ง“เอ๋ ปารีณา”หยุดปฎิบัติหน้าที่กมธ.งบฯ-ตัดสินคดี7เม.ย.ปีหน้า

ศาลกำหนดการไต่สวนพยานฝ่าย ป.ป.ช. 12 ปาก ในวันที่ 8 ,22 ,28 ก.พ.65 ขณะที่ พยานฝ่าย น.ส.ปารีณา มี 10 ปาก กำหนดไต่สวน 1-3 มี.ค.65 และ 8-10 มี.ค.65 โดยวันนัดพยาน ให้พยานมาศาลตามนัดทุกนัด มิเช่นนั้น จะถือว่า ไม่ติดใจในการให้ถ้อยคำ พร้อมกันนี้ ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 7 เม.ย.65 เวลา 10.30 น. 

 

นายทิวา การกระสัง ทนายความ น.ส.ปารีณา  กล่าวว่า กรณีที่ศาลฎีกาฯ ระบุว่า น.ส.ปารีณา ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการงบประมาณฯ ได้นั้น ถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีศาล ชี้ขาดว่า ผู้ที่อยู่ระหว่างสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ไปเป็นกรรมาธิการไม่ได้ แต่กระบวนการแต่งตั้ง น.ส.ปารีณา เป็นกระบวนการโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีการเสนอชื่อผ่านสภาฯ และได้รับความเห็นชอบ โดย น.ส.ปารีณา ไม่ได้เข้าไปเป็นเอง 

 

ดังนั้น จึงไม่ส่งผลทำให้งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ต้องเป็นโมฆะ และไม่ผูกพันใดๆ เป็นเพียงแค่การสร้างบรรทัดฐานใหม่เท่านั้น แต่หากมีข้อสงสัยในประเด็นนี้ ควรจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดเพื่อความชัดเจน เพราะคำวินิจฉัยของศาลฎีกา ไม่ได้ผูกพันทุกองค์กรรวมถึงรัฐสภา

 

ขณะที่ น.ส.ปารีณา ยืนยันว่า เคารพการตัดสินใจของศาล ส่วนจะส่งผลต่อการหาเสียงเลือกตั้งที่ขณะนี้มีกระแสเรื่องการหาเสียงนั้น ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะระหว่างที่ตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ยังลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง