นายชารีฟ เด่นสุมิตร กล่าวว่า คนรุ่นใหม่ที่อยากมาทำธุรกิจในด้านดิจิทัล ต้องเอาดิจิทัลเข้ามาใช้ อย่างตัวชารีฟเองกลับมาบ้านเกิดเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วมาทำธุรกิจที่เป็นแพลตฟอร์มและหน้าร้านที่บริหารจัดการจัดสรรวัตถุดิบให้ร้านอาหาร
“ถ้าย้อนกลับไป 4-5 ปีที่ดิจิทัลเป็นเรื่องใหม่มาก ชารีฟกลายเป็น Start up หน้าใหม่และเป็นกลุ่มแรกๆที่เป็น food derivery กลายเป็นจุดกำเนิดให้ Start up นอกพื้นที่เห็นโอกาสว่าในพื้นที่ทำธุรกิจด้านดิจิทัลได้จริง” นายซารีฟ กล่าว และว่า
ปัจจุบัน มีหน้าร้าน 7 สาขา และมีระบบดิจิทัลเข้ามา ซึ่งหลายๆ กิจการที่เอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้โตขึ้น เป็นจุดที่พิสูจน์ให้เห็นส่าการที่เราเอาดิจิทัลเจ้ามาใช้บริหารทำให้เงินสองหมื่นกว่าบาทเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี เห็นได้ว่าปีนี้ 2564 ที่โควิด-19 ระบาดอย่างหนัก แต่เรามียอดขาย 25 -30 ล้านบาท
“เราพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสเป็นเพราะการที่เรานำดิจิทัลเข้ามาสามารถสร้างโอกาสได้มากมาย น้องๆในพื้นที่สามารถมาทำในตรงนี้ได้มากขึ้น มีหน่วยงานที่เข้ามาสนับสนุนเยอะ เราแค่พิสูจน์ว่าสิ่งที่เราคิดทำได้จริง
ด้าน นางมาลัย เพ็งมูซอ กล่าวว่า ซึ่งช่วงเวลา 2 ปีที่มีโควิด-19 เราปรับตัวโดยไม่คิดว่าเป็นวิกฤติของกลุ่มบ้านกล้วย ซึ่งที่จังหวัดปัตตานีแปรรูปเกี่ยวกับกล้วยน้ำว้าที่มีในชุมชน ได้จัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ขณะนี้ช่องทางของกลุ่มบ้านกล้วยอยู่ทุกห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย และวางจำหน่ายหนึ่งหมื่นว่าสาขาของเซเว่น ที่เข้าไปอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ได้ มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่ายให้ความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่รอด จนปัจจุบันได้เข้าถึงลูกค้ามากมาย โดยมีกำลังผลิตวันละ 1 ตัน
“อยากจะฝากผู้ประกอบการว่าอย่าไปกลัวโควิด-19 แล้วหยุดไปต่อ แต่อยากให้เข้าหาหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทุกกลุ่มมีการประชาสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลา การที่เราปรับตัวเข้าหาดิจิทัลทำให้มีตลาดมากขึ้น และที่สำคัญคือคนรุ่นใหม่เข้ามาเพิ่มเติม”
ซึ่งผู้ประกอบการจะอยู่รอดหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่โควิด-19 แต่อยู่ที่เราปรับตัวแค่ไหน อีกทั้ง ทางกลุ่มได้เปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ได้ศักยภาพได้เต็มที่แล้วเราจะได้ผลลัพธ์ที่เกิดคาด
สำหรับ OTOP ในพื้นที่ อยากให้มีหน่วยงานเป็นพี่เลี้ยง กลุ่มผู้ประกอบการมีหลายระดับ แบ่งการอบรมกันอย่างชัดเจน ให้สอดคล้องกับศักยภาพ
“กลุ่มเราเติบโตในช่วงโควิดพอดี อย่างเดือนที่แล้วปิดยอดไปกว่า 4 ล้านบาท เติบโตมากับดิจิทัล ซึ่งทุกโอกาสที่ได้รับในยุคออนไลน์ ไม่คิดว่าสินค้าบ้านๆ เข้าสู่สากลได้ เห็นได้ชัดคือ เราเติบโตแบบก้าวกระโดด จากปี 2555 ได้ 1,500 บาท ล่าสุด ปีนี้ 4 ล้านกว่าบาท มั่นใจว่าปี 2565 เราจะยายมากขึ้น และต้องการวัตถุดิบกล้วยน้ำว้ามากขึ้นด้วย” นางมาลัย กล่าว