ตัวแทนกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ราว 30 คน จะเดินทางไปภารกิจสำคัญของชาติไทย ยื่นกระทรวงเกษตรฯ นายกฯ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ และป.ป.ช. ค้านเจรจาคิงส์เกต เร่งตั้ง "วิชา มหาคุณ"ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของจนท.รัฐ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ที่นำโดย นางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ ประมาณ 30 คน ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจสำคัญ ในการปกป้องทรัพยากรทองคำ ของชาติไทย ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของต่างชาติที่เข้ามาแสวงหากำไร และผลประโยชน์ โดยไม่รับผิดชอบต่อคนไทย

 

เวลา 9.00 น. วันนี้ (9 พ.ย.) จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่กระทรวงเกษตรฯ เพื่อติดตามทวงถามความคืบหน้าหลายกรณีที่เคยยื่นไว้ให้ภาครัฐดำเนินการ

 

นางวันเพ็ญ ระบุว่า กรณีกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ขอให้ดำเนินการเอาผิดกับ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด และเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อนุญาตอาชญาบัตรพิเศษ ทับลงไปบนที่ดินอยู่อาศัยทำกินของประชาชน อันเป็นที่ดิน สปก. และมีการระบุเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ อันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ จากที่ดิน สปก. 

ประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรฯ ร้องนายกฯ ล้มเจรจา บ.เหมืองทองคำ

วันเดียวกัน ในเวลา.10.00 น. กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ จะยื่นเรื่องต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้ดำเนินการ ดังนี้

 

1.ขอให้ดำเนินการ คัดค้านการเจรจาข้อพิพาทในอนุญาโตตุลาการ ที่อาจจะนำมาซึ่งการทำให้ บริษัท คิงส์เกตได้สิทธิเดินหน้าทำเหมืองทองคำ ในประเทศไทย ครั้งใหม่โดยไม่มีเหตุอันควร เนื่องจากบริษัทฯ ได้ทำผิดกฎหมายของประเทศไทยหลายคดี และยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายของประเทศไทย

 

2. ขอให้เร่งรีบดำเนินการตั้งนายวิชา มหาคุณ เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้มีอำนาจหน้าที่ รับผิดชอบเรื่องเหมืองทองคำในกรณีที่มีพฤติการณ์ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เกียรว่าง ฉุดรั้ง ถ่วงดึง ประวิง คดี จนทำให้เกิดความล่าช้าเสียหาย ต่อประเทศไทย 

 

3.ขอให้เร่งรีบดำเนินคดีเอาผิดกับบริษัท อัคราฯ ตามกฎหมายของประเทศไทยให้ครบถ้วนทุกคดี และเร่งติดตามเรียกค่าเสียหาย มูลค่ามหาศาล จากบริษัท อัคราฯ ในหลายกรณี มาชดใช้คืนให้กับประเทศไทยด่วนที่สุด 

ติดตามเพิ่มเติมจากลิ้งค์นี้   

ประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรฯ ร้องนายกฯ ล้มเจรจา บ.เหมืองทองคำ ประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรฯ ร้องนายกฯ ล้มเจรจา บ.เหมืองทองคำ

วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. เดินทางไปยื่นเรื่องต่อท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากเป็นหนึ่งในกรรมการอนุญาโตตุลาการ เพื่อขอให้ดำเนินการคัดค้านการเจรจาข้อพิพาทในอนุญาโตตุลาการ ที่อาจจะนำมาซึ่งการทำให้บริษัท คิงส์เกต ได้สิทธิเดินหน้าทำเหมืองทองคำในประเทศไทยครั้งใหม่โดยไม่มีเหตุอันควร เนื่องจากบริษัทฯได้ทำผิดกฎหมายของประเทศไทยหลายกรณี และยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายของประเทศไทย 

 

 

เวลา 13.00 น. เดินทางไปยื่นเรื่องต่อท่านประธาน ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และคณะกรรมการ ป.ป.ช เพื่อขอให้ดำเนินการสอบสวนต่อ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ ขณะปฏิบัติหน้าที่อัยการสูงสุด และคณะทำงานอัยการที่เกี่ยวข้อง 
 

กรณีมีพฤติการณ์อาจจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีไม่พิจารณาดำเนินคดีเอาผิดกับบริษัท อัคราฯ ข้อหาขุดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 และทางสาธารณะประโยชน์ อันเป็นการทำเหมืองทองคำนอกเขตประทานบัตร โดยอ้างว่าพยานหลักฐานไม่พอที่จะพิจารณาดำเนินคดี โดยขัดต่อข้อเท็จจริง 
เนื่องจากคดีนี้มีพยานหลักฐานครบถ้วน และเป็นพยานหลักฐานจากทางราชการ ซึ่งเป็นเอกสารมหาชน รวมถึงภาพถ่าย หลักฐาน อันเป็นเหตุทำให้ควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิด ตามข้อกล่าวหา ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อัยการ ที่มีหน้าที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งไปให้ศาลได้เป็นผู้พิจารณา

 

และ พยานผู้ร้องในคดีพิเศษที่ 17/2559 ได้ส่ง สำนวนคดีพร้อมพยานหลักฐานจำนวนมากไปให้กับ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ ได้พิจารณาโดยตรงด้วยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 จึงเป็นการที่ทราบถึงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานครบถ้วนในสำนวนคดีอยู่แล้ว แต่กลับละเว้นไม่พิจารณาดำเนินคดี

 

การใช้ดุลพินิจดังกล่าวจึงอาจจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท อัคราฯ เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมาย
 

นอกจากนี้ยังมีกรณีการที่ อัยการไม่สั่งฟ้องคดีที่ ดีเอสไอ เคยสรุปสำนวน สั่งฟ้อง บริษัท อัคราฯ ไปยังอัยการ 4 ข้อหา มาตั้งแต่ปี 2561 แต่ผลติดตามคดีในเดือน มิถุนายน 2564 ทราบว่า อัยการยังไม่ส่งคดีนี้ไปให้ศาลได้พิจารณา ดำเนินคดี ตามกฎหมายแต่อย่างใดโดยอัยการแจ้งว่า ยังอยู่ระหว่าง การให้ความเป็นธรรมกับบริษัทอัคราฯ ผู้ต้องหา จึงส่งผลทำให้คดีล่าช้า เสียหาย ร้ายแรง และอาจจะขาดอายุความในชั้นอัยการ 

 

ดังนั้น จึงเป็นเหตุทำให้ควรเชื่อได้ว่า อาจจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท อัคราฯ ไม่ให้ถูกดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมาย อันเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มาตรา 200 และมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ หรือไม่ จึงได้ยื่นต่อท่านประธาน และ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้สอบสวนข้อเท็จจริง และหากพบว่าเป็นการกระทำความผิดก็ขอให้ดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป

 

และนอกจากนี้ยังได้ยื่นเพิ่มเติมให้ ป.ป.ช ทำการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีพฤติการณ์ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อีกหลายราย

ประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรฯ ร้องนายกฯ ล้มเจรจา บ.เหมืองทองคำ