อธิบดีอัยการภาค 9 มีการขายทอดตลาดวัดวังใหญ่ เหตุเจ้าของที่ดินเดิมเป็นหนี้จนนำมาสู่การบังคับคดีและยึดทรัพย์ สั่งการไปยังสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ นาทวี ยื่นคำร้องขอขัดทรัพย์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

7 พฤศจิกายน 2564 นายโสภณ ทิพย์บำรุง อธิบดีอัยการภาค 9 เปิดเผยว่า ทราบจากข่าวว่า มีการขายทอดตลาดวัดวังใหญ่ ในพื้นที่นาทวี เหตุจากเจ้าของที่ดินเดิมเป็นหนี้ นำมาสู่การบังคับคดีและยึดทรัพย์ เรื่องนี้ตนได้สั่งการไปยังสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ นาทวี แล้วให้เร่งเข้าช่วยเหลือ โดยแนะนำว่า ขณะนี้จะต้องให้ชาวบ้านหรือตัวแทนของวัดเข้ามาติดต่อที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ นาทวี เพื่อยื่นคำร้องขอขัดทรัพย์

 

ทั้งนี้ ตามมาตรา 35 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ระบุชัดเจนว่า ที่วัด เป็นทรัพย์สินซึ่งไม่อยู่ในการบังคับคดี เพื่อให้อัยการเป็นผู้ส่งคำร้องต่อศาลคุ้มครองสิทธิ กรุงเทพ ต่อไป 

อัยการค้านขายทอดตลาดวัดวังใหญ่ ใช้หนี้อดีตสมภารซื้อรถเบนซ์

 

 นายโสภณ ทิพย์บำรุง กล่าวว่า ในกรณีนี้วัดยังไม่ได้ถูกขายทอดตลาด จึงสามารถยื่นคำร้องขอขัดทรัพย์ได้ตามกฎหมาย

 

ทั้งนี้ เรื่องการมอบที่ดินให้วัด นั้น ตามกฎหมายแล้ว ถึงแม้ยังไม่โอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด ก็ถือว่าการยกที่ดิน มีผลทันที

อัยการค้านขายทอดตลาดวัดวังใหญ่ ใช้หนี้อดีตสมภารซื้อรถเบนซ์

สำหรับคดีนี้ บริษัทลิสซิ่ง ผู้ให้นางอำไพ (ขอสงวนนามสกุล) เช่าซื้อรถยนต์ ได้ฟ้องผู้เช่าซื้อเนื่องจากไม่ผ่อนชำระตามสัญญา จนศาลมีคำพิพากษาให้จำเลย คือนางอำไพ ผู้เช่าซื้อ ชำระหนี้ตามฟ้องให้แก่บริษัทลิสซิ่งโจทก์ พร้อมทั้งให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมในการยื่นฟ้อง และค่าทนายความให้แก่โจทก์ด้วย หากไม่ชำระจะถูกยึดทรัพย์สินออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนตามคำพิพากษาต่อไป 

 

ทั้งนี้ คำพิพากษาของศาลไม่ได้สั่งให้ยึดวัด แต่ให้ยึดทรัพย์สินของจำเลย


ปรากฏว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยไม่ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงทำการสืบหาทรัพย์สินของจำเลยเพื่อยึดขายทอดตลาดตามคำพิพากษา ซึ่งโจทก์ สืบพบที่ดิน น.ส.3 ก แปลงหนึ่งในอ.นาทวี สงขลา ที่มีชื่อนางอำไพ เป็นเจ้าของ อยู่ 1 แปลง จึงได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาด

 

ในการยึดทรัพย์ที่เป็นที่ดิน ปัจจุบันเจ้าพนักงานบังคับคดี จะไม่ได้ออกไปทำการยึด ณ ที่ตั้งที่ดิน แต่จะเป็นการยึดตามเอกสารสิทธิที่โจทก์ (ทนายโจทก์) นำมาแสดง แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีที่สำนักงานเอง โดยไม่ต้องลงพื้นที่ ซึ่งเรียกกันว่า “ยึดบนโต๊ะ” ทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแปลงนี้ ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของโดยไม่ทราบว่าเป็นที่ตั้งของวัด

 

ทั้งนี้ หากเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าเป็นที่ตั้งของวัดวังใหญ่ และเป็นที่ดินของวัด ก็จะไม่ทำการยึด เพราะหากเป็นที่ดินของวัด ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 35 ก็ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี หมายความว่า ที่ดินของวัด ห้ามยึดมาขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์

 

ปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อก็คือ ที่ดินมีชื่อเป็นของนางอำไพ ตามกฎหมายก็ต้องถือว่าเป็นของลูกหนี้

อัยการค้านขายทอดตลาดวัดวังใหญ่ ใช้หนี้อดีตสมภารซื้อรถเบนซ์

สำหรับคดีลักษณ์นี้ ศาลปกครองสูงสุด เคยมีคำพิพากษาว่า แม้ที่ดินไม่ได้ระบุว่าวัดเป็นเจ้าของ ก็ถือว่าเป็นของวัดได้ คดีดังกล่าวศาลปกครอง พิพากษาว่า การที่เจ้าของที่ดินยกที่ดินให้แก่วัดด้วยวาจา แม้ยังไม่ได้ไปจดทะเบียนการให้ที่สำนักงานที่ดิน ถือได้ว่า "มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย"