ฉะนั้นจึงเกิดกระแสวิจารณ์ว่า พล.อ.ประวิตร ยอมให้ตั้ง นายนิโรธ ที่ถูกมองว่าเป็น "สายตรงนายกฯ" เพราะจริงๆ แล้วนายนิโรธก็อยู่ภายใต้การควบคุมของ พล.อ.ประวิตร ด้วย และคงทำอะไรไม่ได้มากนัก อำนาจที่แท้จริงในการประสานงานสภาฯ น่าจะยังอยู่กับสายนายวิรัช ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า และ พล.อ.ประวิตร
ที่ผ่านมาแม้นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะพยายามแก้เกมเรื่องการคุมเสียงในสภาฯ โดยให้ "วิปรัฐบาล" ไปประชุมวิปที่ทำเนียบรัฐมนตรี แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แถมยังฝืนธรรมชาติ เพราะหน้าที่ของวิป คือ "ประสานงานสภาผู้แทนราษฎร" ตามชื่อ "คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร" ต้องคุมเสียงโหวต และควบคุมการเข้าประชุมของ ส.ส. จึงต้องประชุมที่สภา ไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาล
ปัญหาของความลักลั่น ส่วนหนึ่งเกิดจากโมเดลประหลาดของพรรคพลังประชารัฐ กับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวคือ นายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐด้วย ทำให้การจัดระเบียบภายในพรรคทำไม่ได้ และยิ่งนายกฯขัดแย้งกับแกนนำสำคัญของพรรค เช่น ผู้กองธรรมนัส และล่าสุด นายวิรัชก็อาจจะไม่พอใจ อาจจะคิดว่าที่โดนสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่เร็ว เพราะนายกฯไม่ช่วยปกป้อง ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการทำงานร่วมกันไม่ราบรื่น และมีโอกาสสูงที่การประชุมสภาจะมีปัญหาตลอดเวลา