ส่วนใหญ่เด็กที่ถูกทำร้ายจนตายมักจะเคยถูกทำร้ายมาก่อน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ก่อนจะถึงวันที่เด็กเสียชีวิต ไม่ใช่ครั้งเดียวตาย และเด็กกลุ่มนี้มักจะปรากฎตัวในสังคมในจุดใดจุดหนึ่งมาก่อน ซึ่งคนที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กจะสามารถพบเห็นและป้องกันได้ตั้งแต่แรก เช่น เห็นรอยแผลฟกช้ำ ร่องรอยบาดแผลในจุดที่ไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุปกติ คนรอบข้างเด็กสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ ผู้นำหมู่บ้าน เข้าไปเยี่ยมเด็กได้ หรือถ้าพบว่ารุนแรงก็สามารถแจ้ง 1300 ให้เข้าไปช่วยเหลือ เพื่อแยกเด็กออกมาก่อนที่เด็กจะถึงจุดที่อันตรายที่สุดจนถึงแก่ชีวิต
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ย้ำว่า พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 29 กำหนดว่า
"ผู้ใดผู้หนึ่งพบเห็นเด็กที่ถูกเลี้ยงดูไม่เหมาะสม จะต้องรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือผู้ที่มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก โดยไม่ชักช้า ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคน"
ขณะเดียวกัน วรรค 2 ของพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 29 ยังได้กำหนดหน้าที่ให้แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูอาจารย์ หรือนายจ้าง ที่พบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจะต้องได้รับการสงเคราะห์ จะต้องรายงานให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หรือฝ่ายปกครอง หรือตำรวจทราบโดยไม่ชักช้าเช่นกัน