นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดต้องมีการปรับการระบายน้ำออกจากเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อให้ระดับน้ำไหลเข้าและไหลออกนั้นสัมพันธ์กัน ส่วนมวลน้ำจากแม่น้ำพองจากการปรับการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นจะมาบรรจบกับน้ำในแม่น้ำชี ที่รอยต่อ ต.พระลับ และ ต.บึงเนียม ในอีก 3 วันต่อจากนี้ ทางจังหวัดจึงแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง หากพบว่าน้ำท่วมสูงให้ขนย้ายสิ่งของไว้ที่ที่ปลอดภัย เนื่องจากปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูง พร้อมกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่คอยสังเกตการณ์ปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ชลประทาน โยธาธิการจังหวัด กรมเจ้าท่าและ อปท.ในทุกพื้นที่ตรวจสอบแนวคันดินที่เป็นพนังกั้นน้ำ และ ตลิ่งริมสองฝั่งแม่น้ำ ทั้งแม่น้ำพองและแม่น้ำชี เนื่องจากจะต้องรับแรงกระแทกจากมลน้ำหนุนอีกระลอก โดยเฉพาะเขตบรรจบน้ำของแม้น้ำพองและแม่น้ำชี ที่อาจจะมีการทรุดตัวลงดังนั้นทุกหน่วยงานต้องรับมือกับภาวะเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
“คาดว่าอีก 7 วันมวลน้ำจากชัยภูมิจะเข้าเขตตัวเมืองขอนแก่น ดังนั้นการเร่งระบายน้ำในแม่น้ำชี ให้ไหลลงตามเส้นทางน้ำ ให้ได้มากที่สุดในระยะนี้จึงต้องจำเป็นอย่างยิ่งและให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับมวลน้ำก้อนที่ 2 และน้ำจากการระบายมาตามแม่น้ำพอง อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมนั้นจะยังคงท่วมขังต่อไปอย่างต่อเนื่องตามการระบายน้ำและภาวะน้ำหลากจากพายุฝนที่ตกลงมา ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ระดับน้ำทุกชั่วโมง เพื่อรับมือกับภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ทั้งจากพายุฝนและการปรับการระบายน้ำตามเส้นทางน้ำที่กำหนด ขณะที่พนังกั้นน้ำ ที่ บ.ดอนบม ต.เมืองเก่า ซึ่งเป็นจุดสำคัญของจังหวัด ควบคู่กับเขต ต.พระลับ อ.เมือง คณะทำงานร่วมทุกฝ่ายได้ตรวจสอบความแข็งแรงและดันน้ำหนุนที่ประตูระบายน้ำ D8-D9 ที่ ต.พระลับ ไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับหรือไหลทะลักเข้าเขตตัวเมืองชั้นในอ่างเข้มงวดตลอดทั้ง 24 ชม.”นายสมศักดิ์ กล่าว
โดย-กวินทรา ใจซื่อ