เมื่อโพรงรังของนกเงือกมีไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากรนกเงือก เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา จึงต้องจัดทีมเพื่อซ่อมแซมโพรงรังให้กับนกเงือก

19 ตุลาคม 2564 สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา • Hala Bala Wildlife Research Station ให้ข้อมูลว่า 

"นกเงือกไม่สามารถเจาะโพรงรังเองได้ เราจึงต้องมีทีมสำรวจและซ่อมโพรงรังเพื่อเพิ่มโอกาสในการเพิ่มประชากรนกเงือก"

นกเงือกไม่สามารถเจาะโพรงรังเองได้ นกเงือกจึงอาศัยโพรงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ปัจจัยจำกัดในการเพิ่มประชากรนกเงือก จึงมีสาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนโพรงรังที่เหมาะสมต่อการใช้งาน  ต้นไม้ที่มีโพรงมีเต็มป่า โพรงรังที่มีขนาดเหมาะกับนกเงือกก็พอมี แต่ก็ไม่เพียงพอกับประชากรนกเงือกที่มีในพื้นที่นี้

ขอบคุณภาพ : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา

ลักษณะของโพรงรังที่เหมาะสมกับนกเงือกจะต้องมีทางเข้าทางออกเป็นรูปรี ปากโพรงสูงและกว้างเพียงพอที่นกเงือกตัวเมียจะสอดตัวเข้าไปได้ นกเงือกขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ต้องการโพรงรังที่มีความกว้างของปากโพรงประมาณ 10-15 เซนติเมตร สูง 20-30 เซนติเมตร ภายในโพรงควรมีเพดานสูงมากกว่า 1 เมตร เพื่อการไหลเวียนของอากาศภายในโพรง พื้นโพรงไม่ลึกจากขอบโพรงด้านล่างมาก  ขนาดไม่ลึกกว่า 15-20 เซนติเมตร รัศมีภายในโพรงพอสำหรับแม่และลูกนกเงือก  กว้างหรือยาวประมาณ 40-50 เซนติเมตร โพรงธรรมชาติที่มีลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นไม่ง่ายเลย ยากที่ธรรมชาติจะสร้างโพรงรังที่พอเหมาะได้อย่างทั่วถึง แม้แต่ป่าที่มีความชื้นและฝนมากอย่าง ป่าบูโด หรือป่าบาลา ก็ยังไม่เพียงพอ

ขอบคุณภาพ : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา

จากข้อจำกัดดังกล่าวในเรื่องลักษณะโพรงรัง และโพรงรังมีความทรุดโทรมลงตามกาลเวลา จึงเป็นปัจจัยจำกัดของนกเงือก ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำรังวางไข่ จึงต้องมีการซ่อมแซมโพรงรังให้แก่นกเงือก 
ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2561-2563)  สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลา ซ่อมแซมโพรงรังในพื้นที่ป่าบาลาแล้ว 12 โพรง แล้วก็มีนกเงือกเข้าใช้หลังซ่อมแซม 4 โพรง ในจำนวนนี้ 2 โพรง  เป็นโพรงของนกเงือกหัวแรด RH#1 และ RH#4 ที่นกตัวเมียออกจากรังในระหว่างฤดูทำรัง หลังจากที่เห็นว่านกเงือกตัวเมียออกจากโพรงกลางคัน ก็ได้ปีนต้นไม้ไปสำรวจ พบว่าพื้นโพรงทรุดลงไปมาก จึงถมดินให้พื้นโพรงเสมอปากโพรงและขยายช่องภายในโพรงรังให้กว้างขึ้น และเมื่อฤดูกาลทำรังในปีถัดมานกเงือกหัวแรดคู่เดิมทั้ง 2 โพรงรังก็เข้ามาใช้ตามเดิม

ขอบคุณภาพ : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา

ในปี 2561 เราพบโพรงรังเก่าที่ไม่มีนกเข้าใช้ประโยชน์ เมื่อประเมินแล้วคาดว่าหากซ่อมอาจจะเพิ่มโอกาสที่นกเงือกจะเลือกใช้ เพราะโพรงรังยังสภาพดีอยู่ จึงซ่อมแซมในฤดูกาลที่นกยังรวมฝูงอยู่ก่อนจับคู่ในเดือนตุลาคม หลังจากนั้นในฤดูสืบพันธุ์เดือนเมษายน 2562 พบว่านกเงือกปากดำ เข้ามาใช้โพรงรังดังกล่าว (BH#1)  

ขอบคุณภาพ : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา

อีกโพรงหนึ่งเป็นโพรงเก่าของนกชนหิน สำรวจพบในปี 2557 โพรงนี้นกชนหินเข้าใช้ปีเดียว แล้วก็ไม่มีนกเงือกเข้าใช้อีกเลยในหลายปีต่อมา ปีที่แล้ว 2563  เมื่อมีอุปกรณ์การปีนต้นไม้พร้อม จึงปีนขึ้นไปซ่อมโพรงนี้ในเดือนมกราคม หลังจากซ่อมเพียง 2 เดือน เดือนมีนาคม 2563 ก็มีนกกก ก็เข้ามาใช้ทำรังในฤดูกาลนั้น (GH#1) ทั้งที่หวังให้นกชนหินเข้า แต่ก็ดีใจมากๆ แล้ว ยังไงก็ได้ขอให้มีนกเงือกเข้ามาใช้หลังจากขึ้นไปซ่อม

ขอบคุณภาพ : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา

นกเงือกที่ยังไม่มีโพรงรังของตัวเองจะสำรวจหาโพรงรังอยู่เสมอ แล้วรอโอกาสที่โพรงจะมีลักษณะที่เหมาะสมกับการทำรัง เมื่อเห็นว่ามีโพรงที่เหมาะ จึงเข้าใช้ประโยชน์ ส่วนนกเงือกที่มีโพรงรังเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ก็จะเฝ้าระวังโพรงของตัวเองและพยายามที่จะไม่ให้ใครมาแย่งไปได้ เมื่อโพรงทรุดโทรมไปก็ยังหวงโพรงและรอโอกาสให้โพรงกลับมาเหมือนเดิม การซ่อมแซมโพรงรังจึงเหมือนเป็นการช่วยให้นกเงือกได้มีโพรงและเพิ่มโอกาสในการเพิ่มประชากรเท่าที่จะเป็นไปได้

ขอบคุณภาพ : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา


ที่มา :

-สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา • Hala Bala Wildlife Research Station

-ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช