“สินิตย์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามนโยบายประกันรายได้สินค้าเกษตรจังหวัดหนองคาย-เลย เกษตรกรปลื้ม พร้อม เดินหน้าต่อ ปี 3

16 ตุลาคม 2564 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างลงพื้นที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดเลยในวันที่ 15 และ 16 ตุลาคม 2564 ว่านอกจากจะตรวจเยี่ยมสินค้า ในพื้นที่สองจังหวัดและด่านการค้าชายแดนที่ อ.เชียงคาน แล้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์) ยังมอบหมายให้มาติดตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ณ เทศบาลตาบลหาดคา อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย รวมถึง เทศบาลเมืองเลย อ.เมืองเลย จ.เลย และที่ บริษัท ฝ้ายเมืองเลย จากัด (ลานรับซื้อข้าวโพด) ต.นาอ้อ  อ.เมืองเลย จ.เลย อีกด้วย ซึ่งนโยบายประกันรายได้นี้ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่งคง จากการจำหน่ายผลผลิต หากราคาตลาดต่ากว่าราคาเป้าหมายที่กาหนดไว้ เกษตรกรก็จะได้รับรายได้ 2 ทาง คือ 1) ราคาที่ได้จาก การจาหน่ายผลผลิต และ 2) ส่วนต่างระหว่างราคาที่จาหน่ายกับราคาเป้าหมายที่รัฐบาลประกาศ 
สินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายสินิตย์ เปิดเผยต่อไปว่าขณะนี้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 2 แล้ว มีเกษตรกรมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ รวมกว่า 7.85 ล้านครัวเรือน มีวงเงินรวม 75,166.70 ล้านบาท มีการโอนเงินให้เกษตรกรแล้วกว่า 6.98 ล้านครัวเรือน รวมเป็นเงิน 60,056.76 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 79.90 ของเป้าหมาย) ซึ่งในปีที่ 2 ข้าว ปาล์มน้ำมัน และยางพารา สิ้นสุดการดำเนินการแล้ว ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง จะสิ้นสุดในเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน 2564 ตามลำดับ  

สำหรับโครงการประกันรายได้ในปี 3 (ปีการผลิต 2564/65) นี้ คณะกรรมการนโยบายสินค้าเกษตรพืช 4 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และยางพารา ได้เห็นชอบหลักการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน ปี 2564/65 ในเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว ในส่วนของปาล์มน้ำมัน นั้น อยู่ระหว่างการนำเสนอ คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) พิจารณาเห็นชอบ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป โดยกำหนดราคาประกันสินค้าเกษตรเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 14 ตัน) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 16 ตัน) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 25 ตัน) ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 30 ตัน) ข้าวเปลือกเหนียว 12,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 16 ตัน) มันสำปะหลัง กำหนดราคาประกัน 2.50 บาท/กก. ไม่เกิน 100 ตัน/ครัวเรือน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กำหนดราคาประกัน 8.50 บาท/กก. ไม่เกิน 30 ไร่/ครัวเรือน ปาล์มน้ำมัน กำหนดราคาประกัน 4.00 บาท/กก.  ไม่เกิน 25 ไร่/ครัวเรือน อายุ 3 ปีขึ้นไป และยางพารา กำหนดราคาประกัน (ไม่เกิน 25 ไร่  อายุ 7 ปีขึ้นไป) สำหรับยางดิบ (ปริมาณ 20 กก./ไร่/เดือน) 60 บาท/กก. น้ำยางสด (DRC 100%) (ปริมาณ 20 กก./ไร่/เดือน) 57 บาท/กก. และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) (ปริมาณ 40 กก./ไร่/เดือน) 23 บาท/กก.  

พาณิชย์เดินหน้าประกันรายได้เกษตรกรปี 3
 
 

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดดำเนินมาตรการคู่ขนานควบคู่ไปกับโครงการประกันรายได้  เพื่อให้มีการซื้อผลผลิตเก็บในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากไม่ให้ราคาตลาดตก ซึ่งจะช่วยรัฐบาลประหยัดค่าใช้จ่ายในการประกันรายได้ อาทิ ให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง ได้รับค่าฝากเก็บ ตันละ 1,500 บาท ให้สหกรณ์และผู้ประกอบการ (ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) เร่งรับซื้อเก็บสต็อกโดยช่วยเหลือดอกเบี้ย 3% เป็นต้น และสำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยังคงหลักการเดิมเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา  โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้เกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างกระทรวงการคลังพิจารณาการใช้เงินตามระเบียบก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป 

พาณิชย์เดินหน้าประกันรายได้เกษตรกรปี 3