พร้อมเปิดประเทศ ! "จุรินทร์" แนะไทยเที่ยวไทยดัน GDP ในประเทศ คู่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ห่วงส่งออกปี 64 เน้นเอกชนเกาะติดข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ

16 ตุลาคม 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงเสียงตอบรับภายหลังรัฐบาลประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ว่า เป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น เพราะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจกับโควิดต้องไปด้วยกัน

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์

 

ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลาที่สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย การเดินหน้าเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยมี 3 เรื่องสำคัญ คือ 

 

1.เร่งรัดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น

 

2.การท่องเที่ยวที่ชะงัก จากนี้ไปการท่องเที่ยวนอกจากเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ตั้งแต่ 1 พ.ย. ซึ่งไทยเที่ยวไทยเป็นอีกประเด็นที่คิดว่าต้องสนับสนุน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามจังหวัดในประเทศไทยด้วยกันเอง และจะเป็นตัวกระตุ้นให้การท่องเที่ยวเติบโตได้อีกครั้งไม่เช่นนั้นจะกระทบ GDP

 

3.การส่งออกซึ่งไม่คิดว่าน่าเป็นห่วง เพราะทำงานร่วมกับเอกชนเต็มที่ มีผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมชัดเจน และเชื่อว่าหลังจากเดือนก.ย. อาจกระทบตัวเลขส่งออกบ้าง แต่ยังเป็นบวกแน่นอน แต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.จะดีขึ้นไปอีก เพราะตัวเลขการส่งออกปี 2564 ไม่มีอะไรน่าห่วง ซึ่งเอกชนกับกระทรวงพาณิชย์จับมือกันแน่น พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงรุกรวดเร็วมาก

 

ขณะที่ เรื่องเศรษฐกิจอื่นๆ กระทรวงพาณิชย์และตนเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว ไม่ทำเฉพาะเรื่องการทำตัวเลขส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่ยังติดตามเฝ้าระวังภาวะเศรษฐกิจของประเทศเดินไปข้างหน้าในอนาคตด้วย เช่น 1.เศรษฐกิจของประเทศ Bio Economy มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ เศรษฐกิจชีวภาพที่เรามีต้นทุนความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีวัตถุดิบปัจจัยเงื่อนไขในประเทศสูง สามารถขับเคลื่อนไปได้

 

2.เรื่องนวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้าต่อไป 3.ระบบการค้าขายแบบอีคอมเมิร์ซเป็นเรื่องที่ต้องรีบศึกษาทำความเข้าใจ เพราะข้อตกลงระหว่างประเทศทุกข้อตกลงมีการระบุเงื่อนไขเรื่องอีคอมเมิร์ซในนั้น ข้อตกลงระหว่างประเทศทั้ง FTA พหุภาคี เช่น RCEP หรือ APEC ภาคเอกชนต้องเร่งศึกษา และกระทรวงพาณิชย์ที่ตนเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศและ APEC โดยมีเอกชนและทุกฝ่าย จะต้องติดตามประเด็นเพราะไปข้างหน้าเร็วมากทุกฝ่ายต้องเรียนรู้ไปพร้อมกันเพื่อเตรียมการให้เศรษฐกิจไทยในอนาคต

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์การเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้มีการแบ่งค่ายทางเศรษฐกิจการเมืองในระหว่างประเทศมหาอำนาจทั้ง สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน ออสเตรเลีย หรือกลุ่มประเทศอื่นๆ เพื่อกำหนดสถานการณ์สถานภาพของประเทศไทยว่าจะต้องยืนอยู่ตรงไหน และความสมดุลในการสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศทางเศรษฐกิจและการเมืองอยู่ตรงจุดใด ซึ่งเป็นการบ้านที่ต้องทำต่อไป