และเกิดเป็นโครงการพัฒนาแบบร่วมมือกัน “บวร” คือบ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งเป็นการสร้างพลังจากท้องถิ่นที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งจากพื้นที่ รวมทั้งโครงการ “โคก หนอง นา” นโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งมุ่งเน้นที่จะทำน้อยให้ได้มาก พร้อมขอให้มีการขยายการดำเนินการเรื่องพลังงานทดแทนให้มากยิ่งขึ้นตามศักยภาพที่มีอยู่ ควบคู่กับการดำเนินการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้มีการวางแผนเรื่องการบริหารจัดการขยะให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่
นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณนักเรียนและทุกคนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยการเดินทางมาวันนี้ นายกฯ ให้ความสำคัญในการตรวจเยี่ยมการดำเนินการของแหล่งเรียนรู้พลังงานทดแทน “โคกอีโด่ยวัลเล่ย์” โรงเรียนศรีแสงธรรม และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ โคก หนอง นา ณ วัดป่าศรีแสงธรรม
ซึ่งได้รับทราบผลการดำเนินงานจากพระปัญญาวชิรโมลีแล้ว ก็รู้สึกชื่นใจ และดีใจที่การดำเนินการมีความก้าวหน้าเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ประชาชนได้ประโยชน์ และย้ำว่าสิ่งรัฐบาลได้วางแผนดำเนินการในวันนี้ เป็นการวางรากฐานและส่งผลสำหรับเด็กและเยาวชนได้ใช้ประโยชน์ในอนาคต
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมระบบสมาร์ทกริดศรีแสงธรรม ERC Sandbox การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และการจัดการศึกษาแบบไตรสิกขา บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เน้นการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานและการเกษตรของโรงเรียนศรีแสงธรรม ก่อนเดินทางไปยังวัดป่าศรีแสงธรรม เพื่อพบปะเครือข่ายโคก หนอง นา ของวัดป่าศรีแสงธรรมและจิตอาสาพัฒนาชุมชน
ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเพอร์มาคัลเจอร์ (ทําหลุมปลูกป่า ห่มดิน ให้ปุ๋ยแห้ง ปุ๋ยน้ำ) และเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ “คนติดดิน การสร้างบ้านดินด้วยเทคนิคเอิร์ธแบก” และฐานการเรียนรู้ “คนมีไฟ ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ควบคุมระบบการเปิด-ปิด ด้วยระบบ IOT เพื่อรดน้ำต้นไม้เป็นสมาร์ทฟาร์มในโคก หนอง นา” รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ปล่อยแหนแดงเป็นปุ๋ยพืชสด ก่อนเดินทางโดยรถรางไปยังโครงการพระราชทานโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ และช่วยเหลือชุมชน ในยุคโควิด-19