พิเชษฐ์ ทองศรีนุ่น แจงสั่งคดีเหมืองอัคราฯ ครบถ้วน ดูจากมติ ป.ป.ช.ชี้มูลข้าราชการระดับสูงว่ากระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ในการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ระบุมีอำนาจในชั้นสอบสวน ทำตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้ง

14 ตุลาคม 2564 จากกรณีกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีเหมืองทองคำอัครา และการคัดค้านนายพิเชษฐ์ ทองศรีนุ่น ไม่ให้มีอำนาจในการทำคดีเหมืองทองอัครา นั้น นายพิเชษฐ์ ทองศรีนุ่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงว่า เรื่องการพิจารณาแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งใด เป็นข้อมูลภายในของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถามว่าผู้ร้องทราบได้อย่างไรว่าจะมีการแต่งตั้ง ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญ ทราบเรื่องช่วงเวลาที่จะมีการพิจารณาแต่งตั้ง เป็นเรื่องที่น่าสงสัย นี่คือประการที่หนึ่ง 

 

ประการที่สอง การให้ข่าวให้ที่นี้ ในฐานะนายพิเชษฐ์ ไม่ใช่ในฐานะกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดังนี้ 

 

ข้อที่หนึ่ง บอกว่าผมไม่ดำเนินการในฐานความผิดว่าด้วยโรงงานโลหกรรมส่วนขยาย และการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการ 
ข้อที่สอง กล่าวหาเฉพาะเจ้าหน้าที่แต่ไม่ดำเนินคดีกับบริษัทอัคราฯ 
 

ซึ่งในการชี้แจงของสำนักข่าว ป.ป.ช. (11 มี.ค. 63) ระบุไว้ว่า สืบเนื่องจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหา(ไม่ขอเอ่ยชื่อ) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง(ไม่ขอเอ่ย) กับพวก ว่ากระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีรวมการพิจารณาและมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 มี.ค.64 อนุญาตให้บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด เปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการเหมืองแร่ทองคำชาตรีเหนือโดยมิชอบ และพิจารณาคำขอเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมแผนผัง และกรรมวิธีประกอบโลหกรรมโดยมิชอบ

 

และละเว้นไม่ควบคุมกำกับดูแล ปล่อยให้บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ใช้งานหรือเดินเครื่องเพื่อทดลองการผลิตในส่วนที่เป็นโรงงานประกอบโลหกรรม (ส่วนขยาย) โดยไม่ได้รับอนุญาต และละเว้น ควบคุม กำกับดูแล ปล่อยให้บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ทำการก่อสร้างขยายโรงงานติดตั้งเครื่องจักรจนแล้วเสร็จโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ในการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ

 

ส่วนถัดไป คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจรณาแล้วมีมติว่า การกระทำของ(ไม่ขอเอ่ยชื่อ) มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงเว้นวรรคฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริตหรือตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 85 (1) 

การกระทำของบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด หรือบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และ(ไม่ขอเอ่ยชื่อ) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86

 

ดังนั้น จากการที่ให้สัมภาษณ์ของผู้ร้อง ปราศจากข้อเท็จจริง 

 

ประการต่อมา เราได้มีหนังสือแจ้งผู้ร้อง มาอย่างต่อเนื่อง ตามที่ติดตามคดีว่าเราดำเนินคดีไปถึงไหนแล้ว แล้วก็ได้แจ้งแล้วว่าเราได้ดำเนินคดีในฐานความผิดนี้แล้ว เสร็จสิ้นหมดแล้ว

 

นายพิเชษฐ์ บอกว่า อำนาจของตนมีอำนาจในชั้นสอบสวน ตามที่มีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้ง ต้องถืออย่างเคร่งครัดในทางอาญาเพื่อที่จะดำเนินคดีกับผู้หนึ่งผู้ใด หรือกล่าวหาผู้หนึ่งผู้ใด การส่งไปยังอัยการเป็นเรื่องดำเนินการตามพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริง ถ้าพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงไปถึงผู้หนึ่งผู้ใด เราต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ถ้าไม่มีหลักฐานและข้อเท็จจริง ในส่วนนี้เราจะไปกล่าวหาหรือแจ้งข้อหากับผู้หนึ่งผู้ใดไม่ได้ กฎหมายกำหนดไว้ว่าต้องพิสูจน์ทั้งความผิดและความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน

 

และเมื่อตนส่งเรื่องไปอัยการ เป็นอำนาจของอัยการที่จะพิจารณาสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องตามที่เสนอไป ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องส่งไปที่ ป.ป.ช. คำว่า เจ้าหน้าที่รัฐ คืออาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นตัวกลางร่วมหรือจะมีเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ได้อยู่ในอำนาจของ DSI เมื่อพิจารณาในการแจ้งข้อหาคดีในการที่จะดำเนินการในการชี้มูลความผิด เขาใช้กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดกับผู้หนึ่งผู้ใด ดังนั้น สำนวนเราเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว

 

นายพิเชษฐ์ ยังอ้างอิง เอกสารข่าว สำงานป.ป.ช.วันพุธที่ 11 มีนาคม 2563 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กับพวกรวม 6 ราย กรณีอนุญาตให้บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด เปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการเหมืองแร่ทองคำซาตรีเหนือโดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด อีกด้วย

"พิเชษฐ์"ยันสั่งคดีเหมืองทองอัครา ตามพยานหลักฐาน-ข้อเท็จจริง "พิเชษฐ์"ยันสั่งคดีเหมืองทองอัครา ตามพยานหลักฐาน-ข้อเท็จจริง "พิเชษฐ์"ยันสั่งคดีเหมืองทองอัครา ตามพยานหลักฐาน-ข้อเท็จจริง "พิเชษฐ์"ยันสั่งคดีเหมืองทองอัครา ตามพยานหลักฐาน-ข้อเท็จจริง