ศบค. เคาะลดพื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 23 จังหวัด ปรับเวลาเคอร์ฟิวส์ 23.00-03.00 น. เปิดศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ สนามกีฬาทุกประเภท สวนสาธารณะได้ไม่เกิน 22.00 น. ขนส่งสาธารณะปรับเพิ่มความจุตามความสามารถของยานพาหนะ

14 ตุลาคม 2564 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด- 19 หรือ ศบค. ว่า การปรับพื้นที่สถานการณ์ และปรับมาตรการการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19  ในพื้นที่พบผู้ป่วยมากกว่า 100 รายต่อวัน อย่างน้อยหนึ่งวันใน 1 สัปดาห์ หรือเฉลี่ย 1 สัปดาห์มากกว่า 50 รายต่อวัน ถือเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุดมีผู้ป่วยเฉลี่ย 1 สัปดาห์ 20- 50 รายต่อวัน พื้นที่ควบคุมมีผู้ป่วยเฉลี่ย 1 สัปดาห์ น้อยกว่า 20 รายต่อวัน พื้นที่เฝ้าระวังสูงมีผู้ป่วยเฉลี่ยใน 1 สัปดาห์น้อยกว่า 10 รายต่อวัน และพื้นที่เฝ้าระวังไม่มีผู้ป่วยอย่างน้อย 1 สัปดาห์ 

ศบค. ปลดล็อก ธุรกิจบริการ ปรับพื้นที่ควบคุมโควิด-19

ทั้งนี้จะมีการปรับพื้นที่ในวันที่ 16 ตุลาคม 2564 พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จาก 29 จังหวัด เป็น 23 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี จันทบุรีชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายกนครศรีธรรมราช นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานีปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา ระยองราชบุรี สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสงครามสมุทรสาคร และสระบุรี

ศบค. ปลดล็อก ธุรกิจบริการ ปรับพื้นที่ควบคุมโควิด-19

สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด กิจกรรม กิจการ ห้ามออกนอกเคหสถาน มาตรการเดิมเวลา 22.00-04.00 น. มาตรการที่เสนอปรับวันที่ 16 ตุลาคม 2564 ลดเวลา 23.00-03.00 น. อย่างน้อย 15 วัน ร้านสะดวกซื้อตลาดสดหรือตลาดนัด มาตรการเดิมเปิดดำเนินการได้จนถึง 21.00 น. จำหน่ายเฉพาะเครื่องอุปโภคบริโภคมาตรการที่เสนอปรับ เปิดดำเนินการได้ถึง 22.00 น. จำหน่ายได้ทุกประเภทสินค้า เปิดบริการ เครื่องเล่น สวนสนุกได้ โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร กิจการอื่นๆ ที่เปิดทำการโดยกำหนดเวลา เช่น ธุรกิจโรงภาพยนตร์ หรือฉายภาพยนตร์ ร้านอาหาร โรงละคร โรงมหรสพ ลิเก งิ้ว ลำตัด หรือการแสดงพื้นบ้านอื่นๆ สนามกีฬาทุกประเภท สวนสาธารณะ ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้ามาตรการเดิม เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 21.00 น. มาตรการที่เสนอปรับ เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติแต่ไม่เกิน 22.00 น.

ศบค. ปลดล็อก ธุรกิจบริการ ปรับพื้นที่ควบคุมโควิด-19

ทั้งนี้ยังเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง ในส่วนสถานดูแลผู้สูงอายุมาตรการเดิม ให้รับเฉพาะที่อยู่ประจำไม่เปิดดำเนินการแบบรับไป-กลับ มาตรการที่เสนอปรับให้เปิดดำเนินการแบบรับไป-กลับได้ โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร บุคลากรได้รับวัคซีนครบเกณฑ์และสุ่มตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ ผู้ใช้บริการต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ส่วนการขนส่งสาธารณะทุกประเภท มาตรการเดิมความจุ 75%ของยานพาหนะ มาตรการที่เสนอปรับปรับเพิ่มความจุ ตามความสามารถของยานพาหนะที่กระทรวงคมนาคมกำกับ 

ศบค. ปลดล็อก ธุรกิจบริการ ปรับพื้นที่ควบคุมโควิด-19

นอกจากนี้ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้า โรงแรมการเปิดกิจการให้เคร่งครัดตามมาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง เปิดบริการจัดประชุมและจัดงานตามประเพณีนิยมได้จำกัดจำนวนคนไม่เกิน 500 คน เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร จัดเลี้ยงอาหารแบบแยกชุดสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา กำหนดเวลาประชุมไม่เกินช่วงละ 2 ชั่วโมง ให้มีเวลาพักและเปิดระบายอากาศของห้องประชุม เปิดดำเนินการตามเวลาปกติแต่ไม่เกิน 22.00 น. ให้ขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร กรณีเกิน 50 คน 

 

ปรับพื้นที่ควบคุมจาก 37 จังหวัด เป็น 30 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครราชสีมา นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ระนอง ลพบุรี ศรีสะเกษ สตูล สระแก้วสิงห์บุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี อุบลราชธานี และเพชรบูรณ์

 

พื้นที่ควบคุมจาก 11 จังหวัด เป็น 24 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำแพงเพชร นครพนม น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย สกลนคร สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และอำนาจเจริญ  พื้นที่เฝ้าระวังสูง 0 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวัง 0 จังหวัด

ศบค. ปลดล็อก ธุรกิจบริการ ปรับพื้นที่ควบคุมโควิด-19

ขณะที่ข้อเสนอการปรับเงื่อนไขมาตรการสำหรับกิจการกิจกรรมสำหรับทุกพื้นที่

1. ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ มาตรการเดิมยังไม่เปิดบริการตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก สวนน้ำ จำกัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในบริเวณห้างสรรพสินค้า ตามระดับพื้นที่ (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดไม่อนุญาต) มาตรการที่เสนอปรับวันที่ 16 ตุลาคม 2564 เปิดบริการตู้เกม เครื่องเล่นเกม ร้านเกม ที่เล่นเป็นรายบุคคลหรือแข่งเป็นคู่เท่านั้น แต่ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดยังไม่เปิดบริการ ยังไม่เปิดบริการสวนน้ำสวนสนุกทุกพื้นที่

 

2. สนามกีฬาทุกประเภท สวนสาธารณะ มาตรการเดิมจำกัดเวลาพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดรและพื้นที่ควบคุมสูงสุด ปิดเวลา 21.00 น. มาตรการที่เสนอปรับเปิดดำเนินการตามเวลาปกติแต่ไม่เกิน 22.00 น. มาตรการอื่นคงเดิม

 

3. การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค มาตรการเดิมกำหนดการรวมกลุ่มตามระดับพื้นที่ ตั้งแต่พื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวดถึงเป้าระวังดังนี้ 25,50,100,200,500 คน มาตรการที่เสนอปรับ เพิ่มการรวมกลุ่มตามระดับพื้นที่ตั้งแต่พื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวดถึงเฝ้าระวัง ดังนี้ 50,100,200,300,500  คน

 

4. สถานที่บันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ มาตรการเดิมยังไม่เปิดบริการ ให้ผู้ประกอบการเตรียมการปรับปรุงสภาพแวดล้อม และระบบระบายอากาศตามมาตรฐาน บุคลากรได้รับวัคซีนทุกคน มาตรการที่เสนอปรับ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดกำหนดมาตรการสำหรับเตรียมการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2564

 

ทั้งนี้สิ่งที่ผอ.ศปก.ศบค. ย้ำเมื่อปรับมาตรการสำคัญที่สุดคือ ความร่วมมือของประชาชน ผู้ประกอบการ ภาครัฐ ถ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเราจะมีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม สำหรับดำเนินกิจการ กิจกรรม และเหมาะสมจะอยู่กับ โควิด-19 วันนี้ผู้ติดเชื้อโควิดยังเป็นหลักหมื่น แต่เรามีวิธีการที่จะอยู่กับเขาได้และประชาชนไม่จำเป็นต้องติดเชื้อ และกิจการ กิจกรรมของเรา ต้องให้คนที่เข้ามาใช้บริการไม่ติดเชื้อ จึงจะสามารถดำเนินการต่อไปได้ ถ้าที่แห่งใดดำเนินการแล้วไม่เป็นผลดี ก็อาจถูกสั่งปิดได้เช่นเดิม