"เสี่ยโบ๊ท" ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ ประกาศกร้าว คดี "ฟ้าวันใหม่" ล้มมวย จะขอเอาผิดตัวบงการให้ถึงที่สุด ให้เป็นคดีตัวอย่างโดยไม่มีการยอมความ ส่วนที่ฟ้าวันใหม่ขอขมาตนยินดีรับ แต่เรื่องคดีก็ว่ากันไปตามกระบวนการ

จากกรณีที่ "ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์" รับสารภาพว่าล้มมวยในการชกกับ หลานย่าโม ว.วัฒนะ ที่ จ. บุรีรัมย์ เมื่อสัปดาห์ก่อน จนกลายเป็นข่าวดังสั่นสะเทือนวงการมวยไทย

 

วานนี้ (12 ต.ค.) สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยนายพลัฏฐ์ สุวรรณเมธากร ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. ในฐานะนายทะเบียน ได้ทำหนังสือเรียก ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์ มาให้ปากคำถึงกรณีดังกล่าว โดยมี อำนาจ รื่นเริง อดีตนักมวยดังที่เป็นเทรนเนอร์ ถือเอกสารมาพร้อมกัน

 

ฟ้าวันใหม่เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเขาบางแกรก จ.อุทัยธานี จากนั้นสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. ได้เรียกตัวมาสอบถามเพิ่มเติมว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นคนจ้าง ฯลฯ ซึ่งตอนไปแจ้งความไว้ที่ จ.อุทัยธานี ได้แจ้งเอาผิดคนที่ว่าจ้างคือ นายอุดม จารย์ลี เจ้าของฟาร์มควาย จ.นครนายก อดีตหัวหน้าคณะนักมวยเกียรติพานทอง 

 

ฟ้าวันใหม่เล่าต่อว่า นายอุดม จารย์ลี ผู้ที่ติดต่อล้มมวยนั้น ตอนแรกมาติดต่อซื้อน้ำพริก 2 ครั้ง ครั้งแรกซื้อ 5 กิโลกรัม ประมาณ 2,400 บาท แต่โอนมาให้ 5,000 บาท โดยบอกว่าชื่นชอบฝีมือการชกมวย และถามเรื่องมวย ซ้อมยังไง เป็นอยู่ยังไง ต่อมาเขามาซื้ออีกครั้งที่ 2 เขาบอกว่าไม่ต้องแพ็คส่งไปรษณีย์เขาจะมารับเอง จะได้ไม่เสียค่าส่ง ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าไม่มีการคุยเรื่องล้มมวยอะไร โดยเขาบอกให้ขึ้นมาเอาเงินบนรถ ก่อนจะบอกว่าการชกกับ หลานย่าโม ว.วัฒนะ สู้ไม่ได้หรอก เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวจ้าง 5 แสนบาท แล้วให้ล้มมวย แต่ไม่เอาไม่เป็นไร แต่ห้ามบอกใคร ถ้าเกิดบอกใครจะมากระทืบ เพราะรู้ว่าบ้านอยู่ตรงนี้

ซึ่งความผิดของผมคือไปอยากได้เงินที่เขาจะให้ ยอมรับผิดตรงนี้  ฟ้าวันใหม่ ยอมรับว่าอยากได้ 5 แสนเลยล้มมวย โดยวันชกได้รับเงินมา 3 หมื่นบาท พอขึ้นชกก็ทำตามที่เขาบอก  ตอนนี้สำนึกผิดแล้วอยากขอโทษ เสี่ยโบ๊ท 

 

จากนั้นในวันนี้ (13 ต.ค.) รายการโหนกระแสได้เชิญ "เสี่ยโบ๊ท" ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ รวมถึง "ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์" มาเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง 

 

"เสี่ยโบ๊ท" เล่าที่มาที่ไปว่า ได้เจอกับฟ้าวันใหม่ ตั้งแต่สมัยที่มาเล่นมวย วันนั้นเขาเกือบที่จะโดนรุมประชาทัณฑ์เพราะไม่มีเงินจ่าย แต่ก็ได้ช่วยปลุกปั้นเพราะทราบว่า ฟ้าวันใหม่ เป็นมวยมีฝีมือ แต่ล่าสุดมาทราบความเคลื่อนไหวว่า ฟ้าวันใหม่ เตรียมที่จะล้มมวย ได้โทรไปหาทีมงานที่บุรีรัมย์เพื่อขอให้หยุด แต่ไม่ทัน เพราะฟ้าวันใหม่โดนน็อกไปแล้ว จากนั้นตนจึงเค้นความจริงจากฟ้าวันใหม่ รวมถึงตรวจสอบจากเงินในบัญชี จึงได้รู้ความจริง

 

ด้าน ฟ้าวันใหม่ เผยว่า ตนกลัวคำขู่และอยากได้เงินไปทำฟาร์มไก่ จึงรับข้อเสนอ และยังยอมรับอีกว่า ตัวเองเคยล้มมวยมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4

 

จากนั้น ฟ้าวันใหม่ ได้ยกพานมาขอขมา "เสี่ยโบ๊ท" ในความผิดที่ก่อไว้ ซึ่งโปรโมเตอร์คนดังก็บอกว่ายินดีรับไว้ แต่เรื่องของคดีต้องเป็นไปตามกระบวนการ ไม่มีการยอมความ จะติดคุกก็ต้องติด

"เสี่ยโบ๊ท" ทิ้งท้ายว่า ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติมวยไทย เมื่อปี 2542 ยังไม่เคยจับกุมตัวผู้กระทำความผิดจากกรณีล้มมวยได้เลย ส่วนมากจบลงที่ยอมความหรือเกรงกลัวอำนาจอิทธิพล ตนจึงอยากให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง และยืนยันว่า ทางเดียวที่จะจบเรื่องนี้ก็คือ ทางผู้ว่าจ้างจะต้องได้รับโทษ ไม่มีการยอมความเด็ดขาด

 

ทั้งนี้ บทลงโทษที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ระบุกรณีดังกล่าวไว้ชัดเจน ดังนี้

 

มาตรา 64 ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่นักกีฬาอาชีพหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักกีฬาอาชีพกระทำการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา 65 ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้มีการกระทำการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ