อสส.แจงเหตุฟ้องคดี 7 ผู้ต้องหายาเสพติดที่ จ.น่าน ไม่ทัน เนื่องจากโยงหลายสำนวน ส่วนตัวการหลักฟ้องไปหมดเเล้ว ส่วนคดีความนอกราชอาณาจักร อยู่ระหว่างรอผลสอบจากอธิบดีอัยการภาค 5

     วันนี้ (11 ต.ค.) นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีที่พนักงานอัยการในพื้นที่ จ.น่าน ส่งฟ้องคดียาเสพติดที่ ป.ป.ส ได้ขยายผลการจับกุมตัวการใหญ่และผู้เกี่ยวข้องจำนวน 7 ราย ว่า คดีดังกล่าวมีสำนวนคดีที่เกี่ยวข้อง 4 เรื่อง คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด 2 รายพร้อมยาไอซ์ 60  กิโลกรัม

     โดย ป.ป.ส.ได้ขยายผลการสืบสวนจนพบว่า เอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่เป็นเครือข่ายค้ายาฯ ข้ามชาติ ซึ่งจากการสืบสวนสะกดรอยเครือข่ายดังกล่าวสามารถจับผู้ต้องหาได้อีก 3 คน พร้อมของกลาง ได้แก่ รถยนต์ เฮโรอีน จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่ายาเสพติดทั้งหมดเป็นของ นาง ม. ซึ่งพนักงานสอบสวนจับนาง ม. และผู้ต้องหาได้รวม 4 รายส่งให้อัยการจังหวัดน่านฟ้อง พร้อมกับริบของกลางไว้ทั้งหมด

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสูงสุด
 

     นายประยุทธ กล่าวว่า หลังจากนั้น ป.ป.ส. ได้ทำการสอบสวนเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน และเครือข่ายโทรศัพท์มื่อถือที่ผู้ต้องหาใช้พบว่ามีการติดต่อกับเครือข่ายค้ายาเสพติดในประเทศมาเลเซีย และเมียนม่า 10 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ต้องหาที่มีเกี่ยวข้องกับทุรกรรมทางการเงิน 4 คน ส่วนอีก 3 คนทำหน้าที่เป็นนักบิน หรือขนยาเสพติดจากไทยไปมาเลเซีย ซึ่งความผิดในคดีนี้ถือว่าเป็นการกระทำผิดนอกราชอาณาจักร อธิบดีอัยการภาค 5 ชี้แจงว่า คดีดังกล่าวเป็นความผิดนอกราชอาณาจักรเกินอำนาจของอัยการพื้นที่ จึงส่งสำนวนกลับไปให้อัยการสูงสุดพิจารณา 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ผู้เปิดเผยกรณี  7 ผตห.ยาเสพติดน่าน
 

     สำหรับประเด็นที่ต้องการชี้แจงเบื้องต้นคือ ขณะนี้อัยการภาค 5 มีคำสั่งฟ้องตัวการหลักคือ นาง ม. กับพวกพร้อมริบทรัพย์ไปแล้ว แต่คดีความผิดนอกราชอาณาจักร ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอการตรวจสอบโดยละเอียดจากอธิบดีอัยการภาค 5 ก่อน คาดว่าจะทราบผลภายใน 7 วัน