โฆษกรัฐบาล แจงดราม่าพ่อค้าแม่ค้าถูกเรียกเงินหลายล้านบาทคืน จาก #เรียกเงินคืนโครงการรัฐ อย่าง โครงการเราชนะ คนละครึ่ง เพราะทำผิดเงื่อนไข

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

11 ตุลาคม 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจงกรณีที่เกิดกระแสในโลกออนไลน์กรณีกระทรวงการคลังได้ตรวจสอบผู้ประกอบการที่ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ประกอบการในโครงการเยียวยาของรัฐ
 

โครงการเราชนะ ตรวจพบลักษณะธุรกรรมที่ผิดเงื่อนไข อาทิ ร้านค้ารับสแกนแล้วแลกเป็นเงินสด  มีการสแกนเงินเต็มจำนวนวงเงินสิทธิ (1,000 2,000 บาท เป็นต้น) จำนวนมาก และร้านค้าออนไลน์ที่รับสแกนซื้อ-ขายข้ามจังหวัด ทำให้จุดรับเงินขยับไปมาเกิน 7,000 กิโลเมตรใน 1 วัน หรือบางรายอยู่นอกพื้นที่ในเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะการประกอบกิจการของผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับโครงการฯ 

 

จึงจำเป็นต้องมีหนังสือประทับตราแจ้งคำสั่งผลการพิจารณาให้ผู้ประกอบการ 2,099 ราย ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการเราชนะ  ผู้ประกอบการที่ขาดคุณสมบัติการเข้าร่วมโครงการเราชนะ (เป็นร้านค้าจากโครงการคนละครึ่ง แต่มีสถานะเป็นนิติบุคคล) ผู้ประกอบการที่ชี้แจงแล้วแต่ไม่สอดคล้องกับธุรกรรมที่ตรวจพบ 
 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่ง พร้อมแสดงหลักฐานให้ทบทวนผลการพิจารณาต่อผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งกระทรวงการคลังมีขั้นตอนการดำเนินงานกับผู้ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไข ตั้งแต่ การระงับสิทธิการใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ชั่วคราวจนถึงการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามลำดับ 

 

รวมทั้ง ยังได้มีการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและเรื่องร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะ เพื่อติดตามตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ อย่างใกล้ชิดด้วย 

นายธนกร วังบุญคงชนะ

 

"วิงวอนขอให้เห็นใจการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ทุกอย่างต้องยึดตามระเบียบและกฎหมายรองรับ  ซึ่งผู้ประกอบการที่สมัครใจร่วมโครงการ ฯ  ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนด

 

ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ ฯ ด้วย หากมีการดำเนินการที่ละเมิดกติกาหรือผิดวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ส่วนราชการที่รับผิดชอบก็มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามข้อบังคับ  เพื่อปกป้องและรักษาสิทธิของประชาชน และให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคำยินยอม เนื่องจากเงินทุกบาทที่นำใช้จ่ายมาจากภาษีของคนไทยทุกคน 

 

ฝากย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ฯ อย่าได้มีธุรกรรมเสี่ยง เพราะพบว่ามีการผิดเงื่อนไข อาจเสียสิทธิในการเข้าร่วมโครงการหรือมาตรการอื่นของรัฐอื่นๆ ในอนาคตด้วย" นายธนกรกล่าว

นายพรชัย ฐีระเวช 

ขณะที่นายพรชัย ฐีระเวช ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า โครงการ "เราชนะ" เป็นโครงการใช้เงินกู้ จึงจำเป็นต้องออกแบบมาตรการเพื่อให้ตรงวัตถุประสงค์ให้มากที่สุด และผู้เข้าร่วมโครงการได้ลงนามยอมรับเงื่อนไขโครงการแล้ว แต่จากการดำเนินโครงการก็พบปัญหาการสแกนแลกเงินสด หรือการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข

 

"หากระบบของธนาคารกรุงไทยตรวจสอบพบธุรกรรมที่ผิดปกติ ก็จะรวบรวมข้อมูลเสนอ สศค. ซึ่งร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตัดสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการ และเรียกเงินคืนตามจำนวนที่ระบบตรวจพบว่าเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นหากผู้ประกอบการรายดังกล่าวไม่เห็นด้วย สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 15 วัน ทั้งนี้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดยอดวงเงินที่สูงถึง 17 ล้านบาท เนื่องจากเป็นรายละเอียดทางข้อกฎหมาย"

 

 

ดราม่าว่อนโซเชียล เรียกเงินคืนโครงการรัฐ หลายล้านบาท  นับ 2,099 ราย

 

ทั้งนี้ ในความคิดเห็นบนทวิตเตอร์ ได้ติดแฮชแท็ก #เรียกเงินคืนโครงการรัฐ ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาล โดยกระทรวงการคลังมีหนังสือเรียกเก็บเงินจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้สิ่งที่ชาวเน็ตออกมาทวิตข้อความนั้นเพื่อเรียกร้องให้ ร้านค้าที่ขายจริง ไม่โดนเรียกเงินคืนเป็นแสนเป็นล้าน เพราะมีพ่อค้าแม่ค้าหลายคนได้รับหนังสือการเรียกคืนเงินจากรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างมากพอสมควร