ทั้งนี้ ได้มีการวิจัยแบบสุ่มระยะที่ 3 พบว่าผู้ป่วยโควิดที่มีอาการเล็กน้อย ปานกลางและไม่ได้รับวัคซีน ได้ให้ยาภายใน 5 วันตั้งแต่วันที่เริ่มมีอาการ โดยผู้ป่วยทุกรายจะต้องมีปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงอย่างน้อย 1 ปัจจัย เช่น โรคประจำตัวร่วมด้วย อย่างใดอย่างหนึ่ง ร่วมกับมีอาการป่วยไม่รุนแรง
ข้อมูลจากการวิเคราะห์เบื้องต้นในการทำวิจัยกับผู้ป่วย 775 คน โดยให้ยาโมลนูพิราเวียร์ 385 คน และยาหลอก 377 คน ในปริมาณ 800 มิลลิกรัม วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น เป็นระยะเวลา 5 วัน พบว่าลดความเสี่ยงในการนอนโรงพยาบาลและเสียชีวิตภายใน 29 วันได้ร้อยละ 50 โดยในกลุ่มที่ได้รับยาจริง พบว่า ไม่มีอาการเสียชีวิตเลย
ทั้งนี้ แผนดำเนินการยาโมลนูพิราเวียร์ หากได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉินได้ ก็จะเป็นยาต้านโควิด-19 ชนิดเม็ดตัวแรกที่จะได้รับการรับรองจากทางการสหรัฐ
โดย Merck ตั้งเป้าผลิตยาให้ได้สำหรับ 10 ล้านคนภายในปีนี้ และมีแผนการทำสัญญากับฐานการผลิตยาหลายแห่งในประเทศอินเดีย เพื่อให้ได้ยาโมลนูพิราเวียร์ที่มีราคาถูกให้กับประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง
ส่วนที่มีรายงานว่าการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์คอสละ 24,000 บาท นั้น นายแพทย์ สมศักดิ์อธิบายว่า เป็นการคำนวณราคาในประเทศที่มีรายได้สูง ส่วนของประเทศไทย ราคาจะถูกกว่านั้น ในส่วนของการเปิดเผยราคาที่ทำการซื้อขาย เบื้องต้น ยังขอไม่เปิดเผยราคา เนื่องจากอยู่ในข้อตกลงสัญญาซื้อขายกับบริษัทผู้ผลิต แต่ยืนยันว่า ราคาจะถูกกว่าสหรัฐฯแน่นอน