ผบช.น. ประชุมวางแผนรับมือชุมนุมรำลึก 6 ตุลา ยังไม่พบความรุนแรง ผู้ชุมนุมยังไม่แจ้งเคลื่อนที่ เฝ้าระวังห้ามนำอาวุธเข้าพื้นที่-เตือนใช้คำปราศรัยระมัดระวัง อาจเข้าข่ายฐานยุยงปลุกปั่นเกิดความรุนแรง  ตร.ทดลองประดิษฐ์ระบิดขวด หากใช้ได้จริงเข้าข่ายพ.ร.บ.วัตถุระเบิดฯ

6  ตุลาคม 2564  พล.ต.ต. นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆในวันนี้ ประกอบด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมฯ ที่มาร่วมงานรำลึก 45 ปี 6 ตุลาคม 2519 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ไปจนถึงช่วง 19.00 น. กลุ่มพลเมืองโต้กลับบริเวณหน้าศาลฎีกาเวลา เวลา 17.00 น. และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเยาวรุ่นทะลุแก๊ส บริเวณแยกดินแดง เวลา 17.00 น. โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้แบ่งกำลังพล ดูแลความปลอดภัยของประชาชนไว้อย่างชัดเจน

 

โดยการจัดกิจกรรมครบรอบ 45 ปี 6 ตุลาคม 2519 นั้น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนรับมือ ซึ่งจากการข่าวยังไม่พบว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรง ขณะที่ผู้ชุมนุม ไม่มีการแจ้งว่าจะเคลื่อนไปที่อื่นจึงยังไม่น่าห่วง

 

เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจโดยรอบพื้นที่การชุมนุม เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการนำอาวุธเข้าพื้นที่ พร้อมเตือน ผู้ปราศรัยให้ใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง เกรงจะทำผิดกฎหมาย ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง
 

ส่วนการชุมนุมเมื่อวานนี้ ของกลุ่มทะลุแก๊ส บริเวณแยกมิตรไมตรี 2 ซึ่งการก่อความวุ่นวาย จะเริ่มตั้งแต่ช่วงค่ำ มีการปาประทัด จุดไฟเผายางรถยนต์บนพื้นถนน บริเวณแยกใต้ด่วนดินแดง จึงมีการจัดกำลังสายตรวจเข้าไประงับเหตุ ทำให้ผู้ชุมนุมหลบหนี

 

ผบช.น ได้สั่งการให้จับตาดูอยู่ตลอดว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุหนีไปที่ใด เป็นใคร รวมถึงมีกล้องวงจรปิดชัดเจน ยืนยันมีข้อมูลครบพร้อมเตือนไปยังกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ก่อเหตุต่างๆ จะมีการดำเนินคดีทุกราย

 

ส่วนกรณีที่มีสื่อไม่มีสังกัด เข้ามารายงานข่าวในพื้นที่ที่แยกดินแดงนั้น และบางครั้งขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจนั้น ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่าเนื้อหาการถ่ายทอดสด มีการยั่วยุ และบิดเบือนข้อมูลหรือไม่ และหากไม่มีต้นสังกัดสื่อยืนยันตัวตน ก็ไม่สามารถเข้ามารายงานข่าวในช่วงเวลาเคอร์ฟิวได้

 

จากที่ทางเพจทะลุแก๊ส มีการสอนประดิษฐ์ระเบิดขวด โดยเจ้าหน้าที่จะทดลองประดิษฐ์ตาม หากประกอบแล้วทำได้จริง ก็ถือมีความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุระเบิดฯ และจะต้องถูกดำเนินคดีต่อไป