ส่วนแนวทางด้านความปลอดภัยในการเดินเรือหลังจากนี่ ทางกรมเจ้าท่ามีการกำหนดอยู่แล้ว ทั้งการตรวจเรือประจำปี และคนประจำเรือ ที่จะต้องมีความรู้ความสามารถ รวมถึงกำหนดให้การลากจูงเรือเป็นไปตามมาตรฐาน และจะต้องมีความสัมพันธ์กับโป๊ะที่ลาก
ขณะนี้มีสถานการณ์น้ำเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น จึงให้ไม่เกิน 3โป๊ะ จากเดิมไม่เกิน 4 โป๊ะ และได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับผู้เดินเรือในการกำชับให้ใส่เสื้อชูชีพ เพราะตามกฎหมายเป็นมาตรการในเชิงป้องกันอยู่แล้ว
ขณะที่ นายวรเทพ สุวจนกร เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ บอกถึงความเสียหายในช่วง4วันที่ผ่านมาด้วยว่า โดยปกติเรือสินค้าจะผ่านบริเวณนี้ วันละ 60,000-1แสนตัน มูลค่าความเสียหายวันละ 10ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีเรือสินค้าต่างประเทศมาจอดรอสินค้า ก็จะต้องโดนค่าปรับเรือต่อวันวันละ 4 ล้านบาทอีก
ทั้งนี้เป็นสัญญานที่ดีที่จะกลับมาเดินเรือได้ตามปกติ และการสูญเสียนายสมชาย ธารกุล คนขับเรือ นั้น ถือเป็นบุคคลระดับอาจารย์ ซึ่งจะได้นำบทเรียนให้นำมาเรียนรู้เพื่อปรับปรุงแก้ไขในการเดินเรือต่อไป
ก่อนจะยุติภารกิจการกู้ซากเรือลากจูง เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า ได้นำเครื่องสแกนใต้น้ำ มาทำการสแกนเพื่อดูลักษณะและความลึกของเรืออีกครั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ขณะที่นักประดาน้ำได้ทำการตัดเชือกที่ผูกโยงไว้ระหว่างเรือลากจูง กับซากเรือ เพื่อเคลียร์เส้นทางในการเปิดการจราจรทางน้ำด้วย