svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

กรมชลฯ ชี้แจงกรณีการตั้งข้อสงสัยใช้งบประมาณบริหารจัดการน้ำไม่คุ้มค่า

30 กันยายน 2564
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

กรมชลประทาน ออกมาชี้แจงกรณีการตั้งข้อสงสัย บริหารจัดการน้ำปีละประมาณ 6 หมื่นล้านบาท รวมแล้วมากกว่า 4 แสนล้านบาท แต่ประชาชนยังคงประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งทุกปี

30 กันยายน 2564 กรมชลประทาน ขอชี้แจงกรณี นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ระบุว่าตลอด 7 ปีที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้งบประมาณ บริหารจัดการน้ำปีละประมาณ 6 หมื่นล้านบาท รวมแล้วมากกว่า 4 แสนล้านบาท แต่ประชาชนยังคงประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งทุกปี นั้น 

 

นายวิทยา แก้วมี ผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า กรมชลประทาน เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องน้ำ ซึ่งมีการร่วมบูรณาการทำงานกับหลายหน่วยงาน โดยที่ผ่านมามีผลการดำเนินงานระหว่างปีงบประมาณ 2557-2564 สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้แล้วกว่า 2 ล้าน ไร่ เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้กว่า 2,000 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์เพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านไร่ และมีจำนวนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์กว่า 6 ล้านครัวเรือน 

 

กรมชลฯ ชี้แจงกรณีการตั้งข้อสงสัยใช้งบประมาณบริหารจัดการน้ำไม่คุ้มค่า

ทั้งนี้ พื้นที่ของประเทศไทยมีทั้งหมด 320 ล้านไร่  เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 150 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาระบบชลประทานได้ประมาณ 60 ล้านไร่ แต่ในปัจจุบันสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานได้ 35 ล้านไร่ ในขณะที่ข้อมูลน้ำฝนและน้ำท่าที่เกิดขึ้นในประเทศ พบว่า ไทยมีฝนเฉลี่ยปีละ 1,588 มิลลิเมตร คิดเป็นน้ำท่าใช้การได้  205,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังเก็บกักน้ำได้เพียง 82,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของปริมาณน้ำท่าทั้งหมด  

 

ซึ่งทั้งนี้ ภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การเติบโตของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ นโยบายเกษตร 4.0 และ Thailand 4.0 รวมทั้งการจัดทำสมดุลน้ำ (Water Balance) เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำและปริมาณน้ำที่มีอยู่ การปรับจำนวนลุ่มน้ำเหลือ 22 ลุ่มน้ำ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานต้องวางแผนการดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำให้เข้มข้นมากขึ้น มาตรการใช้สิ่งก่อสร้างด้านเดียวจึงไม่เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจให้บรรลุเป้าหมาย 

 

นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินงานที่สำคัญในการบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center : SWOC) โดยมี SWOC MODEL และ MODEL  อื่นๆ ทำหน้าที่ประมวล วิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์สถานการณ์น้ำด้วยระบบที่ทันสมัย สนับสนุนการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว ทันเหตุการณ์

 

 

สำหรับโครงการชลประทานสำคัญๆ ที่สามารถดำเนินงานจนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สร้างประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับประชาชน อาทิ โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) จ.สงขลา แผนดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2565 เมื่อแล้วเสร็จจะได้คลองระบายน้ำความยาว 20.937 กิโลเมตร สามารถระบายน้ำได้ 1,200 ลบ.ม./วินาที ช่วยระบายน้ำและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มีพื้นที่ได้รับการป้องกันและลดผลกระทบกว่า 12,500 ไร่

 

โครงการเพิ่มน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ได้มากกว่า 1,610,000 ไร่  ช่วยผันน้ำไปเติมให้กับเขื่อนภูมิพลได้ปีละประมาณ 1,795.25 ล้านลูกบาศก์เมตร ,โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพาน ตามแนวพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองบางสะพานได้ 520 ลบ.ม./วินาที ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนตัวเมืองบางสะพานได้อย่างมีประสิทธิผล พื้นที่น้ำท่วมลดลง 4,894 ไร่ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมลดลง 1,640 ครัวเรือน ผลงานคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 93 และโครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการ 

กรมชลฯ ชี้แจงกรณีการตั้งข้อสงสัยใช้งบประมาณบริหารจัดการน้ำไม่คุ้มค่า

 

โดยกรมชลประทาน ขอยืนยันว่าใช้งบประมาณในการพัฒนาแหล่งน้ำ และบริหารจัดการน้ำทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง จะก่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพอย่างสูงสุดต่อประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

รับชมการแถลงของกรมชลประทานได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

 

 

 

 

 

logoline