กระทั่งขึ้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ตรงกับพระพุทธศักราช ๒๔๕๙ พระองค์ได้ทรงเล็งเห็นถึงการที่ประชาชนโดยทั่วไปจัดทำหรือวาดรูปช้างเผือกบนธงชาติสยามที่มีความหลากหลาย ไม่สง่างาม ไม่สมเกียรติในฐานะธงชาติสยาม ดังที่ปรากฎเป็นหลักฐานในพระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก ๑๒๙ ดังนี้ “แลทั้งรูปช้างซึ่งใช้กันอยู่ ก็ไม่งดงาม จนเกือบไม่ทราบว่าช้างหรืออะไร เปนเพราะวาดรูปช้างนั้นเปนการลำบากนั่นเอง ควรที่จะแกไข” จึงทำให้มีการยกเลิกการใช้ธงช้างเผือกปล่อยหรือธงช้างเผือกเปล่า และเปลี่ยนมาใช้ธงแดงขาวห้าริ้ว หรือชื่ออย่างเป็นทางการในพระราชบัญญัติธงว่า “ธงค้าขาย” เป็นธงชาติสยามสำหรับให้ประชาชนใช้ชัก ประดับรับเสด็จแทนธงช้างเผือก พร้อมกับประกาศให้หน่วยงานราชการต่างๆ มีธงชาติสยามเป็นการเฉพาะ โดยกำหนดให้เป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น ซึ่งธงชาติทั้งสองแบบถูกประกาศใช้ในฐานะธงชาติสยามวันเดียวกันคือวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน
ธงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น สมัยรัชกาลที่ ๖ ธงแดงขาวหน้าริ้ว สมัยรัชกาลที่ ๖
จวบจนกระทั่งสยามได้ประกาศเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ จึงได้มีพระราชประสงค์ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบธงชาติสยามใหม่ โดยเปลี่ยนแถบสีแดงตรงกลางของธงแดงขาวห้าริ้ว หรือธงค้าขาย ให้เป็นสีน้ำเงินแก่ เพื่อให้เป็นสามสีดั่งเช่นธงชาติสำคัญของประเทศมหาอำนาจที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับสยามในนามว่าสัมพันธมิตร ซึ่งปรากฏเป็นหลักฐานและมีใจความดังนี้
“ธงสำหรับชาติสยามซึ่งได้ประดิษฐานขึ้นตามพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติธง พระพุทธศักราช ๒๔๕๙ นั้น ยังไม่เปนสง่างามพอสำหรับประเทศ สมควรจะเพิ่มสีน้ำเงินแก่เข้าอีกสีหนึ่ง ให้เปนสามสีเพื่อให้เป็นเครื่องหมายให้ปรากฏว่า ประเทศสยามได้เข้าร่วมสุขทุกข์ แลเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับสัมพันธมิตรหมู่ใหญ่ อีกประการหนึ่งสีน้ำเงินนี้เปนสีอันเปนศิริแก่พระชนมวาร นับว่าเปนสีเครื่องหมายฉเภาะพระองค์ด้วย จึงเปนสีที่สมควรจะประกอบไว้ในธงสำหรับชาติด้วยประการทั้งปวง”
โดยพระองค์ได้พระราชทานนามธงชาติสยามแบบใหม่ที่ประกอบด้วยสีแดง สีขาว และสีน้ำเงินแก่นี้ว่า “ไตรรงค์” และได้มีการประกาศใช้เป็นธงชาติครั้งแรกในพระราชบัญญัติประกาศแก้ไขพระราชบัญญัติธงครั้งที่ ๒ ลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๔๖๐ ในมาตราที่ ๓
ธงชาติสยาม รูปสี่เหลี่ยมรี มีขนาดกว้าง ๒ ส่วน ยาว ๓ ส่วน มีแถบสีน้ำเงินแก่ กว้าง ๑ ส่วน ซึ่งแบ่ง ๓ ของขนาดกว้างแห่งธงอยู่กลาง มีแถบขาวกว้าง ๑ ส่วน ซึ่งแบ่ง ๖ ของขนาดกว้างแห่งธงข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่าแถบขาวประกอบชั้นนอกอีกข้างละแถบ ธงสำหรับชาติสยามอย่างนี้ให้เรียกว่าธงไตรรงค์ สำหรับใช้ชักในเรือพ่อค้าทั้งหลาย แลในที่ต่างๆ ของสาธรณชนบรรดาที่เปนชาติสยามทั่วไป
ธงไตรรงค์ สมัยรัชกาลที่ ๖ ถึงปัจจุบัน
ส่วนความหมายของแถบสีบนธงไตรรงค์ ธงชาติไทย ที่เราท่องจำกันตั้งแต่เด็กๆ ว่า แดงคือชาติ ขาวคือศาสนา น้ำเงินคือพระมหากษัตริย์ มาจากการให้คำนิยามความหมายจากบทพระราชนิพนธ์เรื่อง "เครื่องหมายแห่งไตรรงค์" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชนิพนธ์ไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๑ ดังนี้
ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ ๒๘ กันยายน ของทุกปี เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติในวันดังกล่าวด้วย เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และเป็นการน้อมรำลึกถึงการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ที่พระองค์ได้พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย
ขอขอบคุณข้อมูลรายละเอียดจาก อ.พฤฒิพล ประชุมผล ผู้อำนวยการบริหาร พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย