นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่ กรมศิลปากรสั่งสำนักศิลปากรทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม พื้นที่มรดกโลก-โบราณสถาน จากพายุ "เตี้ยนหมู่"

26 กันยายน 2564  วันนี้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ โดยจะมีกำหนดการลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน จ.สุโขทัย

ล่าสุดมวลน้ำยังขยายวงกว้างและท่วมสูงหลายจุด ระดับน้ำสูง 20-50 เซนติเมตร โดยเฉพาะที่ชุมชนคลองโพและชุมชนวัดคูหาสุวรรณ น้ำท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน บางจุดสูงถึง 1.50 เมตร ต้องสัญจรด้วยเรือเท่านั้น

ภาพรวมของ จ.สุโขทัย ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ทั้ง 9 อำเภอ 56 ตำบล 288 หมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเนื่องจากยังคงมีฝนตกสลับหยุดอย่างต่อเนื่อง
เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม พื้นที่มรดกโลก-โบราณสถาน

โดย นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่แหล่งมรดกโลก ในความดูแลของกรมศิลปากร ได้แก่ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร) และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง(อุดรธานี)

จากข้อมูลรายงานของกองโบราณคดีและสำนักศิลปากรที่ 1-12 โบราณสถานส่วนใหญ่ทั่วประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบขั้นวิกฤต ในส่วนของแหล่งมรดกโลก มีอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปัจจุบันที่ถูกน้ำท่วมหนักกว่า 12 กิโลเมตร ที่รวมถึงตั้งอยู่บนพื้นที่สูงและเพิ่งมีการขุดลอกเขื่อนสรีดภงส์ จึงสามารถกักเก็บน้ำได้ปริมาณมาก ขณะนี้มีเพียงน้ำท่วมขังรอการระบาย

เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม พื้นที่มรดกโลก-โบราณสถาน

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มีน้ำขังเล็กน้อยรอการระบาย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรมีโบราณสถาน ได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากลมพายุ ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้การดูแลจัดการตามปกติของสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ส่วนแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง ทั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง แหล่งโบราณคดีวัดโพธิ์ศรีใน และแหล่งโบราณคดีบ้านอ้อมแก้ว สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น รายงานว่ายังไม่มีผลกระทบใด ๆ

 

ส่วนในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่มีความเสี่ยงมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ อธิบดีกรมศิลปากรได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เร่งเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ โบราณสถานสำคัญที่อยู่ในความเสี่ยงได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม ในวันนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับต่ำกว่าสันเขื่อนประมาณ 40 เซนติเมตร ขณะนี้ได้ทำการตั้งแผงป้องกันน้ำเรียบร้อยแล้ว

ส่วนโบราณสถานอื่นๆ ระดับน้ำยังอยู่ต่ำกว่าสันเขื่อนเฉลี่ย 50-80 เซนติเมตร เช่น วัดธรรมมาราม วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ที่กำลังตั้งแผงกันน้ำจะแล้วเสร็จในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.) รวมถึงเร่งดำเนินการตั้งแผงกันน้ำที่หมู่บ้านโปรตุเกสจะแล้วเสร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วนโบราณสถานป้อมเพชรและหมู่บ้านฮอลันดายังอยู่สูงกว่าระดับน้ำประมาณ 1 เมตร วัดเชิงท่าระดับน้ำในแม่น้ำลพบุรี ยังมีระดับต่ำกว่าสันเขื่อนประมาณ 1.20 เมตร

เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม พื้นที่มรดกโลก-โบราณสถาน

จากสถานการณ์ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 26 ก.ย. ซึ่งทำให้เขื่อนเจ้าพระยาจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนมากขึ้นถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้นจากเดิมอีก 0.3-1 เมตร โดยภายในวันจันทร์ที่ 27 ก.ย.นี้ ระดับน้ำจะถึงสันเขื่อนโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม และวันอังคารที่ 28 ก.ย. ระดับน้ำจะถึงสันเขื่อนโบราณสถานวัดธรรมาราม ซึ่งโบราณสถานทั้ง 2 แห่งจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากได้ติดตั้งแผงป้องกันน้ำไว้แล้ว

 

ในส่วนของโบราณสถานอื่นๆนั้น กรมศิลปากรได้เตรียมความพร้อมในการป้องกัน โดยการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและวางแผนจัดลำดับการดำเนินการป้องกันโบราณที่จะได้รับผลกระทบ จัดเตรียมกำลังคนและวัสดุอุปกรณ์และประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ภายในพื้นที่เพื่อป้องกันอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถานภายใต้การดูแลของกรมศิลปากรอย่างเต็มที่