กรมอนามัย-ไบเออร์ไทย ร่วมรณรงค์หยุดปัญหา "ท้องไม่พร้อม" พุ่งช่วงโควิด-19 ดีเดย์ 26 ก.ย.นี้ วันคุมกำเนิดโลก 2564

นายแพทย์พีระยุทธ สานุกูล ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในระยะเวลาเกือบ 2 ปีของสถานการณ์โควิด-19 และการ Lockdown ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงโดยเฉพาะในวัยรุ่น ในหลายด้าน ทั้งในเรื่องการดูแลสุขภาพ การเข้าถึงการคุมกำเนิด รวมถึงความสามารถในการวางแผนครอบครัว ดังจะเห็นได้จากสถิติการท้องไม่พร้อมมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

“สถิติข้อมูลบริการ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม มีผู้มาขอรับคำปรึกษาปัญหานี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ยังอยู่ในระบบการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางและอาจกลายเป็นวิกฤตทางสังคมตามมา” นายแพทย์พีระยุทธ กล่าว

  กรมอนามัย รณรงค์หยุดปัญหา "ท้องไม่พร้อม" ทั้งนี้ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 มีกลุ่มสตรีโทรมาขอรับบริการปรึกษาที่ 1663 เกี่ยวกับปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมมากถึง 4,461 คน หรือเฉลี่ย 149 คนต่อวัน เป็นหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 26 คน มากกว่าช่วงสถานการณ์ปกติ อาทิ เดือนตุลาคม 2563 ที่มีผู้ขอรับคำปรึกษาเพียง 2,490 คน เฉลี่ย 83 คนต่อวัน และเป็นหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 16 คน
สำหรับสถิติ ในปี 2562 กรมอนามัยพบว่า มีการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี มีจำนวน 63,831 ราย แบ่งเป็น หญิงช่วงอายุระหว่าง 15-19 ปี 61,651 ราย และผู้มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ตั้งครรภ์จำนวน 2,180 ราย และยังพบว่ามีวัยรุ่นตั้งครรภ์ซ้ำอีกจำนวน 5,222 ราย

นายแพทย์พีระยุทธ กล่าวอีกว่า การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์หรือท้องไม่พร้อมในวัยรุ่น ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้หรือมีความรู้แต่ใช้ไม่ถูกวิธี นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องเพศที่อาจไม่ถูกต้องและไม่ได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้อง ดังนั้นสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ จึงได้มุ่งเน้นการสร้างสื่อความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี การให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการตั้งครรภ์เมื่อพร้อม และการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้แก่ Facebook คลับนี้เลดี้คุม by YoungLove และ Line คลับนี้เลดี้คุม by YoungLove เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่วัยรุ่นสามารถเข้ามาค้นหาข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการให้ความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องเป็นหนึ่งวิธีที่จะทำให้สามารถวางแผนครอบครัวเตรียมพร้อมสำหรับการมีลูกในเวลาที่เหมาะสม เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นได้การคุมกำเนิดยังควรต้องเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยปัจจุบันวิธีการคุมกำเนิดมีทางเลือกหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด ห่วงอนามัย ถุงยางอนามัย การทำหมันชายและหญิง โดยอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมและสะดวกสำหรับผู้หญิง คือการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด

 

แพทย์หญิงปานียา สูตะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ แผนกฟาร์มาซูติคอล บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไบเออร์ในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านเภสัชกรรมระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพผู้หญิงและยาฮอร์โมนคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ เราสนับสนุนการรณรงค์ลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐและภาคประชาสังคมต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ

“จากสถานการณ์โควิด-19 กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) คาดการณ์ว่า มีผู้หญิงเกือบ 12 ล้านคนใน 115 ประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ไม่สามารถเข้าถึงบริการการวางแผนครอบครัว ซึ่งนำไปสู่การตั้งครรภ์ที่ไม่ได้วางแผน 1.4 ล้านคน ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องคุมกำเนิดจึงสำคัญมาก เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้ชีวิตหรืออนาคตอาจต้องเปลี่ยนไปจากเส้นทางที่วางแผนไว้”