ชัยภูมิแชร์ว่อน! สองหนุ่มลูกผู้ชายแท้ๆสุดกร่างเมาบุกบ้านทำร้ายสาวท้องแก่ใกล้คลอดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ยังทำร้ายพ่อของสาวดังกล่าวหัวแตกเย็บ8เข็ม ผู้เสียหายขอความเป็นธรรมหวั่นคดีเงียบ เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงลูกอบต.

24 กันยายน 2564 หลังจากที่มีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นที่บ้านกุดหูลิง หมู่ที่ 10 ตำบลตลาดแร้ง อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ  ผู้เสียหายได้นำภาพมาโพสต์ข้อความลงใน Facebook แชร์ขอความช่วยเหลือเนื่องด้วยกลัวว่าเรื่องจะเงียบ โดยโพสต์รูปผู้ก่อเหตุ พร้อมด้วยคลิปสั้นๆ ขณะหนีขึ้นรถเก๋งสีเทาออกจากบ้านที่เกิดเหตุไป จนมีการแชร์กันว่อนไปทั่วในโลกโซเชียลในขณะนี้มาตั้งแต่วานนี้ที่ผ่านมา


 
ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านเกิดเหตุ เลขที่ 407 หมู่ที่ 10 ตำบลตลาดแร้ง อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าว เมื่อคืนที่ผ่านมา มีการเกิดทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นมีสาวท้องแก่ใกล้คลอด เป็นลูกสาวเจ้าของบ้านที่ถูกทำร้ายร่างกายด้วยอีกคน ภายในบ้านที่เกิดเหตุยังพบเสื้อผ้าที่ผู้เสียหายนำมาวางไว้ พบมีคราบเลือดจำนวนมากกระจายทั่วพื้นที่ อาวุธไม้ท่อนยาวที่ผู้ก่อเหตุนำมาใช้ และยังพบเศษขวด ที่ผู้ก่อเหตุใช้ฟาดหน้า ผู้เป็นพ่อสาวท้องได้รับบาดเจ็บ

แชร์ว่อน2หนุ่มลูกผู้ชายแท้ๆเมากร่างบุกทำร้ายสาวท้องแก่เจ็บสาหัส
 

ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา โดยขณะที่ผู้เสียหายกำลังนั่งล้อมวงทานข้าวกันอยู่ภายในบ้าน อยู่ดีๆทางผู้ก่อเหตุมีชาย 2 คน ก็เดินปรี่เข้ามาภายในบ้าน พูดจาไม่กี่คำจับใจความได้เพียงว่าจะเอายังไง  จากนั้นการใช้กำลังก็เริ่มขึ้น โดยผู้ก่อเหตุได้ชกต่อยไปที่หน้าของผู้เป็นหญิงสาวท้องแก่ซึ่งลูกสาวเจ้าของบ้านจนปากแตกเลือดกระจายเต็มเสื้อผ้าจนล้มลง จากนั้นผู้ก่อเหตุยังเดินไปคว้าขวดน้ำปลา ที่เป็นขวดแก้ว ฟาดเข้าไปที่กลางหน้าของผู้เสียหายผู้เป็นพ่อสาวท้องอีกคนจนหน้าศีรษะแตกเลือดอาบเต็มหน้า ทางด้านลูกสาวท้อง จึงรีบนำเอาโทรศัพท์โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ก่อเหตุจึงทำท่าทีถอยออกจากบ้านไป  และมีภรรยาของเขาผู้ก่อเหตุรีบไปขับรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีเทา เพื่อถอยรถมารับผู้ก่อเหตุหลบหนีไป ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย ไม่ใช่ใครอื่น นับว่าลูกหลานหรือเป็นญาติกันเอง  

 

ทราบชื่อต่อมารายแรกคือ นายวิรัตน์  กุสุมภ์ อายุ 34 ปี ที่ตัวเขาเองก็พึ่งที่จะเดินทางกลับมาจาก  จ.ลพบุรี เพื่อมาเยี่ยมญาติที่ป่วย นอกจากจะไม่มีการกักตัวตามมาตรการตามประกาศของจังหวัดแล้ว ยังตั้งวงกินเหล้าสังสรรค์เสียงดังบ่อยครั้ง   ส่วนผู้ก่อเหตุอีกรายคือนายศราวุธ  ปกค่าย อายุ 32 ปี พบว่ายังเป็นถึงลูกชาย อบต.แห่งหนึ่งในเขตอำเภอหนองบัวระเหว โดยหลังจากก่อเหตุได้ให้ภรรยาขับรถยนต์ส่วนตัวพาหนีกลับบ้านไป

แชร์ว่อน2หนุ่มลูกผู้ชายแท้ๆเมากร่างบุกทำร้ายสาวท้องแก่เจ็บสาหัส
 

ทางด้าน นายตุ๋ย  คำหมาย  อายุ 62 ปี ผู้เป็นพ่อที่ถูกทำร้าย  อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 407 ม.10 ต.ตลาดแร้ง  อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ( บ้านหลังเกิดเหตุ) เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า  เมื่อช่วงค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมาขณะที่ตนและครอบครัวกำลังนั่งรับประทานข้าวกันอยู่บริเวณหน้าบ้านทางด้านผู้ก่อเหตุซึ่งกินเหล้าอยู่บริเวณบ้านข้างๆ กัน หลังจากเมาก็ได้เดินเข้ามาหาเรื่องและชกต่อยไปที่ลูกสาวที่กำลังท้องแก่ก่อนจากนั้นได้คว้าเอาขวดน้ำปลาขึ้นมาโดยผู้เป็นพ่อก็กลัวว่าจะตีลูกสาว แต่ผู้ก่อเหตุได้ง้างมือฟาดขวดลงเต็มหน้าของตนพ่อเป็นพ่อจนได้รับบาดเจ็บ


 
ด้าน นางสาวภิญญาพัชญ์   คำหมาย อายุ 32 ปี ที่กำลังตั้งท้องมีกำหนดคลอดในวันที่ 4 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ เล่าว่า ตนเองขณะกินข้าวอยู่ หลังจากเห็นผู้ก่อเหตุทั้งสองคนเข้ามาหาเรื่องโดยตนเองก็กลัวว่าพ่อจะถูกทำร้ายจึงเข้าไปช่วยพ่อแต่ขณะนั้นตนเองก็ได้ถูกผู้ก่อเหตุชกเข้าที่หน้าเลือดสาดกระจายเต็มเสื้อผ้าและพื้น จากนั้นตนเองได้รีบคว้าโทรศัพท์มาแจ้งตำรวจทางผู้ก่อเหตุจึงได้หนีกลับไป จากนั้นได้รอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และได้เดินทางไปทำการตรวจรักษาตัวที่โรงพยาบาลบ้านเขว้า โดยตัวคุณพ่อเองก็ต้องเย็บแผลไปถึง 8 เข็ม ส่วนตัวเธอเองนั้นก็มีอาการปวดตามร่างกาย แต่ที่เธอห่วงมากที่สุดก็คือ ลูกที่อยู่ในท้องจะได้รับความกระทบกระเทือนหรือไม่  และก็กลัวว่าครอบครัวของตนจะไม่ได้รับความปลอดภัย  เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้ทำการข่มขู่ไว้ว่า ยังจะเอาปืนมายิง มาฆ่าทุกคนในครอบครัวอีกด้วย และกลัวว่าเรื่องจะเงียบไปจึงนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปโพสต์ใน FB เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวในครั้งนี้ด้วย

แชร์ว่อน2หนุ่มลูกผู้ชายแท้ๆเมากร่างบุกทำร้ายสาวท้องแก่เจ็บสาหัส
 
ส่วนร.ต.อ.วชิระ  เพชรฤทธิ์  รอง สว.( สอบสวน) สภ.บ้านเขว้า  หลังจากเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุยังพบผู้ก่อเหตุเหลือเพียง 1 ราย ที่ยังอยู่ในอาการมึนเมา จึงนำตัวไปทำการสอบสวน และสงบสติอารมณ์ ที่ สภ.บ้านเขว้า จากนั้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ทำการปล่อยตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ชั่วคราวไปก่อนระหว่างรอรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น  และลงพื้นที่เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะต้องรอผลการตรวจของแพทย์ ซึ่งมีอาการสาหัสด้วยหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นก็จะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกเคหะสถานทำร่างกายผู้อื่นให้เป็นอันตรายได้รับบาดเจ็บและจะได้ขอออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย มารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดย - สุทธิพงศ์  เสฎฐรังสี