ไบเดนเผย เตรียมเปิดประเทศให้กับนักเดินทางจาก จีน อินเดีย อังกฤษ และอีกหลายประเทศในยุโรป ที่อยู่ในบัญชี “ห้ามเข้า” หากมีหลักฐานยืนยันว่าได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว และมีผลตรวจหาเชื้อก่อนเดินทางเป็นลบ มีผลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางด้าน เจฟฟ์ เซียนท์ ผู้ประสานงานทีมงานรับมือโคโรนาไวรัสประจำทำเนียบขาว เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (20 ก.ย.2564) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะอนุญาตให้ผู้ที่ไม่ใช่ชาวอเมริกันและมาจากประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีห้ามเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว (2563)  ให้สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้อีกครั้ง หากมีหลักฐานแสดงว่า ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสแล้ว ก่อนขึ้นเครื่องบินจากต้นทาง พร้อมผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ทำภายใน 3 วันก่อนเดินทางและมีผลเป็นลบ

“ไบเดน” เปิดไฟเขียว ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว เข้าสหรัฐฯ ไม่ต้องกักตัว

 

ย้อนไปในสมัยการบริหารประเทศของ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีการประกาศจำกัดการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ สำหรับผู้ที่มาจากจีนเมื่อเดือน ม.ค. 2563 ก่อนจะขยายมาตรการดังกล่าวไปครอบคลุมอีกหลายประเทศในภายหลัง โดยไม่มีกำหนดว่าจะมีการผ่อนคลายและปลดล็อกอย่างไรและเมื่อไหร่

 

 

“ไบเดน” เปิดไฟเขียว ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว เข้าสหรัฐฯ ไม่ต้องกักตัว

ต่อมา รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัดสินใจดำเนินมาตรการดังกล่าวต่อ พร้อมยกระดับความเข้มข้น ด้วยการห้ามผู้ที่เพิ่งเดินทางไปอังกฤษ สหภาพยุโรป จีน อินเดีย อิหร่าน บราซิล หรือ แอฟริกาใต้ ในช่วง 14 วันก่อนหน้า ไม่ให้เดินทางมายังสหรัฐฯ

“ไบเดน” เปิดไฟเขียว ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว เข้าสหรัฐฯ ไม่ต้องกักตัว

 

 

นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในขณะนี้ แสดงความยินดีต่อการปรับเปลี่ยนนโยบายการเดินทางของรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมให้ความเห็นว่า นักเดินทางต่างชาติน่าจะสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ก่อนเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าในปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน

“ไบเดน” เปิดไฟเขียว ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว เข้าสหรัฐฯ ไม่ต้องกักตัว

 

 

ขณะเดียวกัน สมาคมท่องเที่ยวสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อคำประกาศของรัฐบาลในครั้งนี้ ซึ่งเชื่อว่า การเดินทางระหว่างประเทศที่คล่องตัวมากขึ้น และการปรับลดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ลงมา จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอเมริกันได้

“ไบเดน” เปิดไฟเขียว ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว เข้าสหรัฐฯ ไม่ต้องกักตัว

“ไบเดน” เปิดไฟเขียว ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว เข้าสหรัฐฯ ไม่ต้องกักตัว

โรเจอร์ ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมท่องเที่ยวสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (20 ก.ย.) ว่า

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ในแผนงานจัดการไวรัส และจะช่วยเร่งการฟื้นตัวของตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านตำแหน่ง ซึ่งหดหายไปเนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ

รายงานข่าวระบุว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสที่เดินทางมายังสหรัฐฯ จะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวเฝ้าระวังอาการเมื่อเดินทางมาถึงสหรัฐฯ ดังเช่นที่บางประเทศดำเนินการอยู่

 

ทั้งนี้ทาง รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ยังคงพยายามผลักดันให้ชาวอเมริกันฉีดวัคซีนให้มากขึ้นและประกาศว่า ผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และเดินทางกลับมาจากต่างประเทศจะต้องถูกตรวจหาเชื้อโควิดภายในวันที่เดินทางถึงสหรัฐฯ และจะมีการตรวจอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงบ้านของตน

 

ข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบัน ชาวอเมริกันจำนวนมากกว่า 181 ล้านคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบโดสแล้ว ขณะที่มีประชาชนราว 70 ล้านคนที่มีสิทธิ์รับวัคซีน แต่ปฏิเสธที่จะทำการฉีด ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา

 

เจฟฟ์ เซียนท์ ผู้ประสานงานทีมงานรับมือโคโรนาไวรัสประจำทำเนียบขาว ยืนยันว่า

นโยบายใหม่นี้ “อ้างอิงที่ข้อมูลตัวบุคคล มากกว่าการพิจารณาดูประเทศที่เพิ่งเดินทางออกมา และเป็นระบบที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเก่า”

 

นอกจากนั้น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ยังจะขอให้สายการบินต่างๆ เก็บข้อมูลผู้เดินทางจากต่างประเทศให้ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการติดตามตัว หากเกิดการระบาดของโควิด-19 ในกลุ่มผู้เดินทางเข้ามายังสหรัฐในอนาคต

 

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า วัคซีนชนิดใดถือว่าเป็นวัคซีนที่สหรัฐฯ จะใช้อ้างอิงในการพิจารณาอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศได้

โดยในประเด็นร้อนๆ สะท้านโลกเช่นนี้ เซียนท์ กล่าวว่า

CDC จะเป็นผู้ตัดสินใจในประเด็นนี้เอง

 

ขอขอบคุณที่มา: สำนักข่าววอยซ์ ออฟ อเมริกา และ เพจฐานเศรษฐกิจ