“พรรคไทยสร้างไทย” ทวงคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ค้านรัฐ "เลือกจ่ายเฉพาะกลุ่ม" ชงแนวทางใหม่จ่าย “บำนาญประชาชน”

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

"พรรคไทยสร้างไทย" ออกแถลงการณ์ อ้างถึงข่าว ว่า คณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (ใหม่) ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 14 กันยายน หารือ เรื่อง  การกำหนดจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และมีแนวโน้ม  จะจ่ายเบี้ยยังชีพเฉพาะกลุ่มคนยากจน 

 

พรรคไทยสร้างไทย แสดงจุดยืน  ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้  เพราะคนไทยทุกคนล้วนทำประโยชน์ให้กับประเทศ ในฐานะพลเมือง  ที่เสียภาษีให้กับรัฐ ทั้งทางตรงและทางอ้อม นับตั้งแต่แรกเกิด และอยู่มาจนอายุครบ 60 ปี ดังนั้นการจ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุ    จึงไม่ใช่การสงเคราะห์จากรัฐ  แต่เป็นสิ่งที่รัฐพึงกระทำเพื่อ "ตอบแทนคุณความดี" ที่คนไทยคนนั้นได้เสียภาษีให้กับรัฐบาลมาแล้วถึง 60 ปี 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ในการดำเนินการที่ผ่านมา รัฐบาลได้ผิดนัดจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่มีอัตราเพียงเดือนละ 600-1,000 บาท/เดือน ทางพรรคฯเห็นว่า นอกจากจะเป็นการทำลายกำลังซื้อของประชาชนอันเป็นหัวใจสำคัญของการบริโภคภายในแล้ว  ยังจะทำให้ประชาชนและนักลงทุน ไม่เชื่อมั่นในฐานะทางการคลังของรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของประเทศในภาพรวม

พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่า การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควรจ่ายให้กับผู้สูงอายุทุกคน ที่แจ้งความประสงค์อยากเข้าร่วมโครงการฯโดยเสมอภาค เพราะเป็นเงินที่มาจากภาษีอากรของประชาชนทุกคน อันเป็นไป  ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 27 ที่บัญญัติว่า “บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายมีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน”

 

ส่วนผู้สูงอายุรายใดที่มีฐานะทางเศรษฐกิจเพียงพอที่จะดูแลตัวเองได้ โดยไม่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ ก็ต้องถือเป็นการเสียสละที่รัฐจะต้องยกย่อง และตอบแทนในรูปแบบอื่น

 

พรรคไทยสร้างไทย ย้ำว่า การดูแลผู้สูงอายุเป็นนโยบายที่สำคัญของพรรคฯ โดยหากได้เป็นรัฐบาล พรรคไทยสร้างไทยจะดำเนินนโยบาย “บำนาญประชาชน” โดยจะจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้พอยังชีพ เดือนละ 3,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่เพียงพอที่จะทำให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี และไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน

 

พรรคไทยสร้างไทยถือว่า คนไทยทุกคนที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เป็นผู้ที่ได้กระทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ มาเป็นเวลาถึง 60 ปี  รัฐมีหน้าที่ต้องตอบแทนคุณความดีด้วย “บำนาญ” อันเป็นการให้เกียรติกับประชาชน เช่นเดียวกับข้าราชการที่ทำงานจนเกษียณ ไม่ใช่ด้วยการจ่าย “เบี้ยยังชีพ” ที่เสมือนการสงเคราะห์แก่ผู้ยากไร้