สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงบริเวณ จ.กำแพงเพชร ทำให้มีน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำปิงมากขึ้น ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์ ส่งผลให้ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นในอัตรา 1,808 ลบ.ม./วินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 4.14 เมตร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก่อนจะไหลหลากลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ซึ่งมีการปรับการระบายน้ำเพิ่มขึ้นในเกณฑ์ 1,400 ลบ.ม./วินาที ทำให้พื้นที่ด้านท้ายเขื่อนระดับน้ำจะสูงขึ้นจากปัจจุบันเล็กน้อย
กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อลดผลกระทบของประชาชน ด้วยการจัดจราจรน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา โดยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง(คลองชัยนาท-ป่าสัก , คลองชัยนาท-อยุธยา ,คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง แม่น้ำท่าจีน และเเม่น้ำน้อย) ในอัตรารวมกัน 425 ลบ.ม./วินาที
ส่วนด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ได้มีการรับน้ำเข้าแม่น้ำลพบุรี และคลองบางแก้ว ในอัตราที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน้อยและคลองโผงเผง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ในเขต อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา คาดว่าจะช่วยลดระดับน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งได้