Viu จำนวนผู้ชมก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 ของตลาดสตรีมมิงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาแรงแซง Netflix เดินหน้าเบียด Disney+ เพื่อขึ้นเป็นที่ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้

19 กันยายน 2564 สำหรับกิจกรรมยามว่างของใครหลายๆคน คงหนีไม่พ้นการดูหนังและซีรีส์อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Disney+ และ Netflix หรือที่มาแรงไม่แพ้กันคือ Viu ของฮ่องกง ซึ่งจำนวนผู้ชมก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 ของตลาดสตรีมมิงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่เรียบร้อย

 

Viu มาแรงแซง Netflix เดินหน้าเบียด Disney+

 

Viu ได้แซงผู้บุกเบิกตลาดอย่าง Netflix ที่ร่วงตกไปอยู่อันดับ 3 โดยอันดับที่ 1 เป็นของ Disney+ ที่พึ่งเปิดให้บริการในไทยเมื่อเดือนมิถุนายน หลังจากเปิดให้บริการในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียไปก่อนหน้าแล้ว

โดยรายได้ของ Viu มีการเติบโตถึง 47% เป็น 62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2 พันล้านบาท) ในครึ่งปีนี้ รวมถึงจำนวนผู้ชมทั้งหมดยังมีมากถึง 49 ล้านคน (ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2021) เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

 

Viu ยังคงไม่หยุดอยู่แค่นี้ พร้อมประกาศไล่ตาม Disney+ เพื่อขึ้นเป็นที่ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ล่าสุด แจนิส ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Viu ประกาศในระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia ว่า

“เรากำลังทุ่มโฟกัสส่วนใหญ่ไปที่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

Viu มาแรงแซง Netflix เดินหน้าเบียด Disney+

ซึ่งอ้างอิงจากสถิติของ Media Partners Asia พบว่าประเทศไทยและอินโดนีเซีย มีการชม Local Content มากถึง 20% จากจำนวนการรับชมทั้งหมด โดยแจนิส ลี กล่าวว่า

“เรามีแผนที่จะสร้างหนังและซีรีส์ที่เฉพาะเจาะจงกับประเทศนั้นๆ หรือ Local Content ให้มากขึ้น ทั้งนี้ Viu ยังกำลังดำเนินการลงทุนเพื่อผลิต Local Content ในไทยและอินโดนีเซียอยู่ด้วย”

Viu ยังมองเห็นถึงพฤติกรรมผู้ชมชาวเอเชีย ว่าเป็นกลุ่มผู้ชมที่มีความอ่อนไหวด้านราคาสูง ดังนั้น Viu จึงเปิดให้ผู้ชมเข้ามาดูหนังและซีรีส์ฟรี หรือที่เรียกว่าผู้ชมระดับฟรีเมียม โดยผู้ชมระดับนี้จะสามารถดูคอนเทนต์ได้ฟรีโดยมีโฆษณาคั่น

 

ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ล่อให้ผู้ชมเข้ามาใช้ก่อน และเมื่อติดใจการใช้ Viu แล้ว ผู้ชมจะจ่ายเงินสมัครสมาชิกขึ้นไปเป็นระดับพรีเมียม ในภายหลัง ซึ่งคู่แข่งอย่าง iQiyi และ WeTV ก็ได้นำโมเดลนี้ไปใช้ตามอีกด้วย

 

นอกจากเข้าใจพฤติกรรมผู้ชม แล้วยังมองไปที่โครงสร้างพื้นฐานในบางประเทศอีกด้วย อย่างประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่แม้แต่อินเทอร์เน็ต 4G ยังเข้าถึงผู้คนได้ไม่ทั่วถึง Viu จึงมีฟีเจอร์อย่างการดาวน์โหลดคอนเทนต์เก็บไว้ดูได้อย่างไม่จำกัดสำหรับลูกค้าระดับพรีเมียม ซึ่งทำให้ Viu สามารถครอบครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศเหล่านี้ได้