ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย "ภูมิธรรม" โพสต์ระลึกครบรอบ 15 ปี เหตุรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ระบุเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งมาถึงปัจจุบัน

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และเลขาผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า 19 ก.ย.วันนี้เมื่อสิบห้าปีก่อน เป็นจุดเริ่มต้นของการผลักประเทศไทยให้ถอยหลังกลับไปล้าหลังทุกด้าน ด้วยการที่ทหารกลุ่มหนึ่งถืออาวุธพร้อมกองกำลังที่ใช้อำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ ยึดอำนาจจากรัฐบาลประชาธิปไตย ภายใต้การบริหารของนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียว ที่ได้รับคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งตามฉันทามติของประชาชน

 

พร้อมกับการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด

 

“19 ก.ย.49 จึงเป็นความทรงจำที่ขมขื่นของสังคมไทย หลายคนยังจดจำได้และยากที่จะลบเลือน ว่าครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยมีประชาธิปไตยและมีรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง แต่การรัฐประหารครั้งนั้นได้ทำลายฉันทามติของประชาชน ก่อให้เกิดผลกระทบในแทบทุกระบบอย่างรุนแรงของสังคมไทย เกิดรอยร้าวลึกขึ้นในสังคมมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ สังคมไทยได้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงจนยากเกินเยียวยา”

เวลาที่ผ่านล่วงไป 15 ปี เราได้เห็นพัฒนาการที่เติบโตและหยั่งรากลึกของเผด็จการ ขณะที่กระบวนการประชาธิปไตยถูกบิดเบือน บ่อนทำลายให้อ่อนแรง ต้องใช้พละกำลังอย่างมากในการต่อสู้ต้านทานอำนาจเผด็จการ ที่แฝงร่างแปลงรูปอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 เราได้เห็นประชาธิปไตยแบบแจกกล้วย เพื่อแลกกับผลประโยชน์ของกลุ่มผู้มีอำนาจและพวกพ้อง แทนที่จะได้เห็นประชาธิปไตยแบบกินได้ ที่ทำให้ชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ได้มองเห็นอนาคตที่สดใสของตนรออยู่ข้างหน้า

 

วันนี้คนส่วนใหญ่ของสังคมไทยประจักษ์ชัดแล้วว่าการรัฐประหารในครั้งนั้นได้ทำลายเจตจำนงประชาธิปไตยในสังคมไทยลงไป ทำลายรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยที่ดีที่สุดในสังคมไทย ทำลายกฎเกณฑ์ กติกาที่ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันการเมืองที่เกิดขึ้นจากประชาชน ที่สำคัญได้ทำลายโอกาสมีชีวิตที่ดีของประชาชนไทย

ประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ในสถานการณ์ของประเทศและของโลก ที่ต้องประสบเผชิญปัญหาวิกฤติที่รุนแรงอย่างที่พวกเราทุกคนต่างประสบกันอยู่ในเวลานี้ ประเทศชาติต้องการรัฐบาลที่มีศักยภาพ มีเสถียรภาพจากอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ใหญ่ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน และที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

“ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยจอมปลอมตามระบอบประยุทธ์ ซึ่งมีพัฒนาการมาจากการรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย.49 ที่ไม่สามารถบริหารจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มิหนำซ้ำยังสร้างรอยแผลที่บอบช้ำไว้ในสังคมอย่างแสนสาหัส เอาประชาธิปไตยแบบแจกกล้วยคืนไป เอาประชาธิปไตยที่กินได้ของประชาชนกลับคืนมา”