หนองบัวลำภู ตำรวจศรีบุญเรือง นำตัวหัวขโมยตามหมายจับไล่ล่า 5วัน 4 คืน ทำแผนก่อเหตุซ้ำซาก ชาวบ้านในละแวกทราบข่าว นอนตาหลับก่อนส่งเข้าคุกอีกรอบ

18  กันยายน  2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อัษดิน สมศรี ผกก.สภ.ศรีบุญเรือง พร้อม พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ อัครฮาต รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ศรีบุญเรือง พ.ต.ท.นิรันดร์ ปัสสาโท รอง สว.สอบสวนเวร พ.ต.ต.วิระสันต์ ดวงจำปา สว.สส.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีบุญเรือง ร่วม 20 นายได้นำตัวนายบุญศรี หรือ ปุ๊ ไชยะโอชะ อายุ 42 ปี ราษฎรบ้านหนองผือ หมู่ที่ 12 ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู  ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์กระเป๋าเงินร่วม 8 พันบาทในปั้มน้ำมันถนนสายอำเภอศรีบุญเรือง-ชุมแพ บริเวณ กม.12 บ้านโนนเกษม ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู และจากการสอบถามชาวบ้านแถวตำบลนากอก ผู้ต้องสงสัยน่าจะเป็นนายปุ๊ฯชาวบ้านหนองผือที่ มีพฤติกรรมลักทรัพย์ในพื้นที่ตำบลนากอก เป็นประจำและประกาศจะลักทรัพย์ทุกหลังคาเรือน อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย


 
โดยวันนี้ชุดสืบสวน สภ.ศรีบุญเรือง ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตั้งแต่จุดขอขึ้นรถจักรยานยนต์ชาวบ้านที่จุดบ้านหนองผือ  ต.นากอก  โดยให้เห็ดเป็นค่าจ้างเพื่อให้ไปส่งใกล้จุดก่อเหตุ แล้วเดินเลาะป่าเข้าไปก่อเหตุกระซากกระเป๋าเงินที่ปั้มน้ำมัน หลังจากนั้นวิ่งลัดป่าอ้อยมาว่าจ้างจักรยานยนต์พวงข้างไปส่งอีกจุดหลบหนีการจับกุมไปยังบ้านจอมบึง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น นำกระเป๋าเงินไปซ่อนไว้บ้านญาติก่อนหลบหนีไปนอนที่กระท่อมนาชาวบ้านโสกหาด ต.วังเพิ่ม อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ก่อนที่ชุดสืบสวนจะไล่ตะครุบตัวขณะวิ่งหลบหนีการจับกุม ไปทำการสอบสวนประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหารับสารภาพ ทำไปเพราะไม่มีจะกิน กลัวอดตายแถมตกงาน และนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ และเล่นพนันออนไลน์ พร้อมแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์และเสพยาเสพติด พนักงานสอบสวนเวร สภ.ศรีบุญเรือง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นำตัวหัวขโมยทำแผนหลังก่อเหตุซ้ำซาก ส่งเข้าคุกอีกรอบ
 

ขณะที่ พ.ต.อ.อัษดิน สมศรี ผกก.สภ.ศรีบุญเรือง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวขอบคุณทีมงานชุดสืบสวน ชาวบ้านที่แจ้งเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุก่อนไปหลบซ่อนตัว จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ พร้อมฝากไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากทราบพฤติกรรมของคนร้ายในทุกคดี มีช่องทางการแจ้งเหตุทั้ง 191 หรือรับแจ้งเหตุอาชญากรรมและยาเสพติดทางออนไลน์  แอพพลิเคชั่น police i lert u ได้ทุกเวลาโดยเฉพาะในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจและการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทุกคนได้รับผลกระทบ พวกมิจฉาชีพจะหาจังหวะกระทำผิดกฎหมายได้ทุกช่วงเวลาจึงต้องระมัดระวังร่วมกัน


 
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.64 เวลาประมาณ 16.30 น.ภายหลัง พ.ต.ท.นิรันดร์ ปัสสาโท รอง สว.สอบสวน สภ.ศรีบุญเรือง ได้รับแจ้งมีเหตุวิ่งราวทรัพย์ บริเวณร้านค้าขายของชำภายในปั้มน้ำมันบ้านโนนเกษม บ้านเลขที่ 232 หมู่ 21 ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมชุดสืบสวน สภ.ศรีบุญเรือง ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวได้เปิดเป็นร้านขายของชำและหน้าบ้านเปิดเป็นปั้มขายน้ำมัน เมื่อไปถึงได้พบ น.ส.วิภาดา คำหงษา (ผู้เสียหาย) รอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นำตัวหัวขโมยทำแผนหลังก่อเหตุซ้ำซาก ส่งเข้าคุกอีกรอบ
 

น.ส.วิภาดาฯ ผู้เสียหายเล่าว่า  ขณะเกิดเหตุตนเองอยู่ร้านค้าเพียงคนเดียวพ่อและแม่ไปไร่นา และเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.ขณะที่ตนขายสินค้าอยู่กำลังจะเอากระเป๋าหนังสีน้ำตาลใส่เงินซึ่งเงินสดในกระเป๋าร่วม 8 พันบาทจะนำเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะที่อยู่ในร้าน สักพักได้มีชายไทยแต่งกายใส่เสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน ใส่กางเกงสีดำ และใส่หมวกไหมพรมอีโหม่ง เดินเข้ามาหาตนทางด้านหลังพร้อมตะโกนอย่างแรงจนตนเองตกใจ ขณะเดียวกันคนร้ายได้ดึงและกระซากเอากระเป๋าหนังสีน้ำตาลใส่เงิน ไปตนเองพยายามดึงกระเป๋าจับไว้เฉพาะสายกระเป๋าจนสายกระเป๋าขาด จากนั้นชายคนดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้านและหายเข้าไปป่าอ้อย ตนจึงได้บอกกับเพื่อนบ้านติดตามแต่ไม่ทันคนร้าย

 

หลังจากนั้น พ.ต.ต.วิระสันต์ ดวงจำปา สว.สส.สภ.ศรีบุญเรือง หัวหน้าชุดและชุดสืบสวนได้พยานหลักฐานของกลางระหว่างวิ่งหลบหนีในป่าอ้อย ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะหลบหนีและพยานบุคคล  มั่นใจว่าผู้ก่อเหตุคือนายบุญศรี หรือ ปุ๊ ชาวบ้านหนองผือ ซึ่งมีพฤติกรรมชอบลักขโมยในละแวกบ้าน และเคยถูกชุดสืบสวน สภ.ศรีบุญเรือง จับกุมในคดีลักทรัพย์ เมื่อปี 2561 และพ้นโทษมา ทราบจุดที่ผู้ต้องหาหลบซ่อนเฝ้าระวังการหลบหนี ก่อนขอหมายจับจากศาลจังหวัดหนองบัวลำภู

นำตัวหัวขโมยทำแผนหลังก่อเหตุซ้ำซาก ส่งเข้าคุกอีกรอบ
 
หลังจากนั้นชุดสืบสวน สภ.ศรีบุญเรือง จึงวางแผนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สีชมพู วางกำลังออกเป็น 2 ชุดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบหนี เมื่อเดินทางถึงเป้าหมาย ผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกระโดดลงจากเถียงนา(กระท่อมนา)วิ่งไปตามคันนาของชาวบ้านร่วม 3 กม.ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวได้อย่างทุลักทุเล หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปค้นหาของกระเป๋าเงินพร้อมเอกสารที่วิ่งราวมาไปซุกซ่อนไว้ที่หลังบ้านญาติอีกหลังก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวมาสอบสวนเพื่อขยายผลส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

โดย – สุรศักดิ์ เครือคำ