การยุบสภา จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้หรือไม่ ?
หลายคนมองว่า การยื่นขอแก้รัฐธรรมนูญ ที่พรรคพลังประชารัฐเป็นตัวตั้งตัวตี เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า อาจจะมีการยุบสภาภายในปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า
แต่เมื่อขุนพลคนสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ ถูกนายกฯ ปลดออกจาก ครม. และไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ ร.อ.ธรรมนัส ยังคงเป็นเลขาธิการพรรคอยู่หรือไม่
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน มีความเป็นไปได้ไหม ที่ "บิ๊กตู่" จะปรับแผนเป็นอยู่ยาวจนครบเทอม แต่ รศ.สมชัย กลับมองอีกมุมหนึ่งว่า ไปๆ มาๆ อาจมีการยุบสภาเร็วกว่าที่คาดไว้
“มัน 2 เรื่องเลยนะครับ เรื่องที่ 1 คือ กติการที่แก้ มันเป็นประโยชน์ต่อใคร หากคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับอีกฝ่าย ก็จะเร่งให้เกิดการยุบสภาก่อนกติกาใหม่ (บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ) จะประกาศใช้ เพื่อให้ใช้กติกาเดิม แต่ ณ วันนี้ เขาอาจจะประเมินไม่ออกว่า เอ๊ะ มันได้ หรือมันเสีย
“ยกตัวอย่างการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ (10 กันยายน) ในฝั่งวุฒิสภาเนี่ย เราก็จะเห็นว่า สาย คสช. โหวตรับหลักการหมดเลย เห็นชอบหมดเลย แต่ส่วนที่เป็นพลเรือน 40 ส.ว.เก่า ก็จะโหวตไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง เพราะฉะนั้นมันถึงเหมือนกับเป็นการประเมินซีเนริโอภาพอนาคตเกี่ยวกับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ใครได้ประโยชน์
“วันหนึ่งสมมติว่า เกิดความตระหนักชัดเจนว่า มันไม่ได้ประโยชน์ แต่มันเป็นการเตะเข้าทางอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้อีกฝ่ายได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ผมก็เชื่อว่า มีโอกาสทที่จะยุบสภาก่อนที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข เพื่อให้เลือกตั้งในกติกาเดิม (บัตรเลือกตั้ง 1 ใบ)
“แบบที่ 2 คือ หากสถานการณ์ในพรรคร่วมรัฐบาลยังคุมกันได้ ยังปรองดองกันไปได้ ยังอยู่กันได้ ไม่เกิดผลรุนแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ยังอยู่ต่อไป
“แต่ถ้าหากว่า เปิดสภาเดือนพฤศจิกายน ปรากฏว่าจะโหวตอะไรแต่ละครั้ง ยิ่งต้องเสนอผลประโยชน์ ยิ่งต้องต่อรองกันมหาศาล เขาก็อาจรู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้ว ที่ต้องคืนอำนาจให้กับประชาชนด้วยการเลือกตั้งใหม่ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการยุบสภาจาก 2 เรื่องนี้น่ะครับ”