กรณีเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมชายลักลอบค้าซากผีเสื้อผ่านเฟซบุ๊ก พบเป็นชนิดที่ถูกกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เนื่องจากอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ห้ามซื้อขายและห้ามมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ

18 กันยายน 2564 นายนาวี ช้างภิรมย์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 ป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป่า เปิดเผยว่า ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) และชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ดำเนินการตรวจสอบการลักลอบค้าซากสัตว์ป่าทางอินเตอร์เน็ต หลังพบว่ามีการโฆษณาหรือประกาศจำหน่ายซากสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (แมลง) ชนิดผีเสื้อ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กชื่อ "หนอนผีเสื้อ" “หนอนผีเสื้อและดักแด้ผีเสื้อสวยงาม” และ “The Moths of Thailand ผีเสื้อกลางคืนในประเทศไทย” โดยใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Spin Storm (พเนจร)” และสืบทราบว่าจะมีการนัดรับส่งสินค้าซากสัตว์ป่าบริเวณห้างดังย่านบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

จนท.จับกุมชายลักลอบค้าซากผีเสื้อผ่านเฟซบุ๊ก

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 11.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช และตำรวจกก.1 บก.ปทส. จึงร่วมกันวางแผนจับกุม โดยเมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงสถานที่ดังกล่าว ได้พบชายทราบชื่อภายหลังคือนายศุภชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปีนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมกล่องกระดาษ จำนวน 1 กล่อง และกำลังเอาผีเสื้อให้คนซื้อดู (สายลับ) คณะเจ้าหน้าที่ซึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์ และมองเห็นการกระทำของชายดังกล่าวมาโดยตลอด จากนั้นจึงเข้าแสดงตนและขอทำการตรวจสอบ

จนท.จับกุมชายลักลอบค้าซากผีเสื้อผ่านเฟซบุ๊ก

 

ปรากฎว่าพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (แมลง) ดังนี้ ผีเสื้อนางพญาพม่า (Stichopthalma louisa) จำนวน 3 ซาก ผีเสื้อนางพญากอดเฟรย์ (Stichopthalma godfreyi) จำนวน 1 ซาก ผีเสื้อหางดาบปีกโค้ง (Meandrusa payeni) จำนวน 1 ซาก ผีเสื้อไกเชอร์อิมพีเรียล (Teinopalpus imperialis) จำนวน 1 ซาก ผีเสื้อหางยาวตาเคียวปีกลายตรง (Actias rhodopneuma) จำนวน 1 ซาก และผีเสื้อหางยาวตาเคียวปีกลายหยัก (Actias maenas) จำนวน 1 ซาก รวมจำนวน 6 ชนิด 8 ซาก ราคาประเมินของกลางทั้งสิ้น จำนวน 17,400 บาท

จนท.จับกุมชายลักลอบค้าซากผีเสื้อผ่านเฟซบุ๊ก

คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าว ของนายศุภชัย กรณีครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ชนิดผีเสื้อ โดยไม่มีหลักฐานการได้มาของทางราชการ และนำมาประกาศหรือโฆษณาหรือนำเสนอทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสื่อใดๆ เพื่อการค้า มีความผิดตามมาตรา 17 ฐาน “มีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี” มีอัตราโทษตามมาตรา 92 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และมาตรา 29 ฐาน “ค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีอัตราโทษตามมาตรา 89 จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประกอบมาตรา 112 และ มาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

 

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายนายศุภชัยฯ เป็นผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวข้าวต้น พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด นำส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรัยซากสัตว์ป่าคุ้มครองของกลาง พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด ขออนุมัติพนักงานสอบสวนรับมอบ ส่งให้สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับไปดูแลและเก็บรักษาต่อไป

ผีเสื้อและแมลงอื่น ๆ ทุกชนิดที่ถูกจัดให้เป็น "สัตว์ป่า" นับตั้งแต่มีการประกาศพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เป็นต้นมา จนขณะนี้ที่มีการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และสาเหตุที่ผีเสื้อหลายชนิดจัดเป็น "สัตว์ป่าคุ้มครอง" เนื่องจากอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์โดยห้ามซื้อขายและห้ามมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ

จนท.จับกุมชายลักลอบค้าซากผีเสื้อผ่านเฟซบุ๊ก

หากมีข้อสงสัยหรือพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่า แจ้งสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง