สรุปอัยการยื่นฟ้องทั้งหมด 87 คน พาผู้ถูกกล่าวหาไปส่งฟ้องต่อศาลฎีกา 81 คน ในกลุ่มนี้ได้ยื่นประกันตัวไปแล้ว ยังขาดอีก 6 คนไม่มารายงานตัว คือนิติบุคคล 1 ราย รวมไปถึงนายวิรัช นางทัศนียา และนางทัศนาพร 3 ส.ส.พปชร. ด้วยโดยอ้างว่าติดสมัยประชุมสภา และมีผู้ถูกกล่าวหาอื่นอีก 2 คน ในวันที่ศาลฎีกานัดพิจารณาคดีครั้งแรก ทั้ง 5 คนนี้ จะต้องมารายงานตัวต่อศาลฎีกา ไม่เช่นนั้นอาจถูกออกหมายจับฐานหลบหนีศาล
คำถามที่ว่านายวิรัช นางทัศนียา และ นางทัศนาพร จะต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ส.ส.ตั้งแต่วันนี้เลยหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อจำนวน ส.ส.พปชร. เสียงสนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มโคราชของพปชร. คำตอบคือ ยังไม่ต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ ส.ส. เพราะศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีและสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ โดยศาลฎีกานัดฟังคำสั่งวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ต่างกับคดีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ 2 ส.ส.พปชร. รวมไปถึง 2 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่ถูก ป.ป.ช.ร้องศาลฎีกากรณีทำผิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีและมีคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ไปแล้ว
ทั้งสองคดีนี้ใช้กฎหมายคนละตัวบทกัน คดีนายวิรัช ขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นศาลชำนัญพิเศษ ใช้ พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนคดี น.ส.ปารีณา ขึ้นศาลฎีกาปกติ
สำหรับคดีทุจริตสนามฟุตซอล ขั้นตอนต่อไป ตามกฎหมายกำหนดให้ประธานศาลฎีกาเรียกประชุมใหญ่ เพื่อคัดเลือกองค์คณะผู้พิพากษาไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาจำนวน 9 คน เป็นองค์คณะผู้พิพากษา จากนั้นให้องค์คณะเลือกผู้พิพากษา 1 คน เป็นเจ้าของสำนวน เมื่อองค์คณะมีคำสั่งประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น
สรุปคือยังเหลืออีก 2 ขั้นตอน ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร จากคดีที่ผ่านมาในอดีตจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน แต่ครั้งนี้ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่วันที่ 20 ธ.ค.นี้ เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน