หลังจากนี้เราจะเห็นยุทธการเกมรุกของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ปฏิบัติการในปัจจุบันยังเป็นขบวนการ “ขี่ม้าเลียบค่าย” เพื่อที่จะเข้าไปในเมือง เพื่อบุกยึดทัพ

13 กันยายน 2564 กระบวนการตอนนี้พิจารณาได้จากหนึ่งเรื่อง เกมรุกพลเอกประยุทธ์ ที่ผ่านมา มีการดำเนินงานแยกแยะกันชัดเจน เกมการเมืองเป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ ให้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารบ้านเมือง ในฐานะนายกรัฐมนตรี 

แต่เกมในแง่การเมือง เป็นเรื่องของ "ลุง" ในตอนนี้เริ่มที่จะปรับทิศทาง 

พลเอกประยุทธ์ มีแนวคิดว่าจะรุกเข้าไปในพรรคพลังประชารัฐ ด้วย เพราะว่าการปฏิบัติที่ผ่านมา ตั้งแต่เลือกตั้งมีนาคม 62 การห่างจากพรรคปล่อยให้ "ลุงป้อม" ดูแลมี "จุดอ่อน" ให้เห็น ไม่แก้ตรงนี้วันหนึ่งจุดอ่อนตรงนี้ก็จะกลับมาทิ่มแทงอีกครั้ง 

เป็นจุดอ่อนที่เห็นว่า “ขาลอย” เมื่อถูกดึงบันไดออก ก็ร่วงทันที 

มาดูตัวดัชนีชี้วัด ความศรัทธาและความเชื่อมั่น ในสถานการณ์บริหารจัดการของพลเอกประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี

"บิ๊กตู่"ขี่ม้าเลียบค่ายยึดพลังประชารัฐ

ความนิยม ความศรัทธา ความเชื่อมั่น สะท้อนไปที่กระบวนการทำงานยิ่ง work from home ยิ่งเป็นปัญหา แต่เมื่อเกิดปฏิบัติการขึ้นมา นับตั้งแต่ชนะศึกซักฟอก วัคซีนเริ่มกระจายเข้าไปสู่แขนของประชาชน แนวโน้มที่คะแนนนิยมอาจจะไต่ขึ้น และประมาณเดือนตุลาคม น่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี และหลังจากนั้นน่าจะมีการปรับโครงสร้างพลังประชารัฐ  

ถ้าไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งภูมิคุ้มกัน พลเอกประยุทธ์ คงฉีดวัคซีนซิโนแวค เช่นกัน เพราะภูมิคุ้มกันน้อยลงเรื่อย ๆ ตามระยะเวลา 

แต่เมื่อมีปฏิบัติการว่าด้วยเรื่องของการเปลี่ยนแปลง เชิงโครงสร้างว่าด้วยเรื่องการโหวตและการปลดรัฐมนตรี ความเชื่อมั่น ความเข้มแข็ง กลับไปอยู่ในมือพลเอกประยุทธ์  

เพราะฉะนั้นเมื่อเกมลูกฟุตบอลอยู่ในมือของพลเอกประยุทธ์ ตอนนี้เลยหันมาเล่นเกมรุกแล้ว จะรุกเข้าไปในพลังประชารัฐ มีความใกล้ชิดกับส.ส.มากขึ้น และเมื่อวานที่สมุทรปราการ ก็ได้เริ่มต้นปฏิบัติการนี้แล้ว 

เป็นปฏิบัติการที่ไม่เคยเห็น ก่อนหน้านี้พลเอกประยุทธ์ เปิดห้องให้ส.ส.เข้าพบ ดูเหตุการณ์ที่พลเอกประยุทธ์ ลงพื้นที่ สมุทรปราการ ดูแลงานน้ำท่วม

"บิ๊กตู่"ขี่ม้าเลียบค่ายยึดพลังประชารัฐ

เป็นการบอกว่านายกรัฐมนตรี ที่มีเส้นแบ่งการทำงานระหว่างฝ่ายบริหาร กับส.ส. กระชับอำนาจเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น จากภาพเห็นได้ชัดว่านายก "ไม่ทิ้งนักการเมือง" และคนในพื้นที่ 

พี่กับน้องคู่นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นับได้ว่าไม่เคยห่างกันนับตั้งแต่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา จะปรากฏกายอยู่ข้าง ๆ เสมือนเป็นพลังที่พร้อมจะขับเคลื่อนไปด้วยกัน 

เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังบอกว่าพลเอกประยุทธ์ กำลังเล่นเกมทางการเมือง กระชับอำนาจใกล้ชิด ส.ส. เพื่ออยากขี่ม้าเลียบค่าย ซึ่งจะเป็นเกมรุกที่จะเข้าไปยึดพลังประชารัฐ

ปฏิบัติการ “ขี่ม้าเลียบค่าย” ของพลเอกประยุทธ์ ถือว่าเป็นหนึ่งในยุทธการยึดพลังประชารัฐ เริ่มต้นตั้งแต่หลังศึกซักฟอก หลายคนบอกว่าทำไมต้องขี่ม้าเลียบค่ายยาวนาน หลังจากมีการปลด 2 รัฐมนตรี เพราะคำตอบในการที่จะก้าวเข้าไปในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นส.ส. ที่มาจากการเมืองนั้นต้องได้รับการยินยอมจากพี่ใหญ่

ซึ่งก่อนหน้านี้แบ่งงานกันชัดเจน การบริหารพรรคการเมืองเป็นเรื่องของ "ลุงป้อม" ส่วนบริหารประเทศเป็นเรื่องของ "ลุงตู่" แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว "ลุงตู่" "ลุงป๊อก" เพิ่งรู้สัจธรรม เรื่องของพรรคการเมือง กับเรื่องของรัฐบาล เป็นเนื้อเดียวกันขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้  

เดิมทีกลเกมของส.ส.ในแง่กลเกมทางการเมือง เรื่องของ "พี่ใหญ่" การคัดคนเข้ามาในตำแหน่งก็เป็นเรื่องของ "พี่ใหญ่" การจะใช้คนว่าจะทำอะไรเป็นเรื่องของ "น้องเล็ก" แต่ตอนนี้ "น้องเล็ก" ทำแบบนั้นไม่ได้อีกต่อไปเพราะรู้แล้วว่าขาลอย และการดึงเอาบันไดออกไปนั้นตัวเองมีแต่ "ร่วง”

ถ้าคิดจะอยู่ยาวไปอีกหลังจากนี้ ต้องยึดพรรคพลังประชารัฐ ให้อยู่ในการครอบครองให้ได้โดยเร็วที่สุด 

2 ตัวแปรสำคัญคือ 1.หัวหน้าพรรค กับ 2.เลขาธิการพรรค 

จะเอาอย่างไรจะยอมถอยหรือสู้ป้องกันไม่ให้พลเอกประยุทธ์ เข้ามายึดพรรค 

ยุทธการยึดพรรคพลังประชารัฐ สำเร็จหรือไม่ต้องดูที่ชะตากรรมของผู้กองธรรมนัส เพราะเดิมทีเคยบอกชัดเจนเป็นเส้นเลือดใหญ่ของรัฐบาล ถ้าเส้นเลือดใหญ่ นี้ ยังคงทำงานอยู่และยังไม่ทำให้เป็นเส้นเลือดอื่น พรรคพลังประชารัฐยึดไม่ได้ 

ถ้าเมื่อวันที่ 4 กันยายน "ลุงตู่" ทำไม่สำเร็จ เส้นเลือดใหญ่จะต้อง "คว่ำลุงตู่" อย่างแน่นอน ชะตากรรมของผู้กองธรรมนัส จะผูกพันอย่างไรกับเรื่องของการเข้าไปบริหารจัดการในพรรคพลังประชารัฐ

"บิ๊กตู่"ขี่ม้าเลียบค่ายยึดพลังประชารัฐ

4 เดือนในการเป็นเส้นเลือดใหญ่ การกำกับกลเกมทางการเมือง ผ่านระบอบส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง 4 เดือนเท่านั้น “เกมเปลี่ยน” และการที่จะปรับเปลี่ยนผู้กองธรรมนัส จะขึ้นอยู่ที่บุคคลเดียว ฟากของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

"บิ๊กตู่"ขี่ม้าเลียบค่ายยึดพลังประชารัฐ พลเอกประยุทธ์ กับทีม ต้องเดินเกมเพราะรู้ว่าถ้าไม่เดินเกมในการไม่ใกล้ชิดกับส.ส. การบริหารจัดการทางการเมืองจะยุ่งยาก เกมการเมืองของพรรคร่วมไม่มีปัญหา แต่ใจความสำคัญคือรากฐานในเกมการเมือง คือ พรรคพลังประชารัฐ

"บิ๊กตู่"ขี่ม้าเลียบค่ายยึดพลังประชารัฐ

เป็นการทวงสัญญาพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ดำเนินการตามนโยบายที่ประกาศไว้กับพี่น้องประชาชน แต่ทำไมถึงมาพูดช่วงนี้ ? 

อีกปฏิกิริยาหนึ่ง ส.ส.จังหวัดตาก ประกาศให้กำลังใจนาย ทำให้เห็นถึงความเข้มแข็ง แต่เป็นการพลาดเกมหลังจากเดินเกมใหญ่ร่วมกับ 2 นายพลตำรวจเอก 

แล้วเส้นทางผู้กองธรรมนัส จะไปทางไหน ? ตอนนี้มี 2 ทาง 1.ผนึกกับพลเอกประวิตร อยู่สู้ต่อไม่ลาออก 2.ถ้ามีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่แล้วออกตั้งแต่ตอนนี้ค่อยไปหาบ้านหลังใหม่ 

กรณีถ้าไม่อยู่พลังประชารัฐ จะมี 4 แนวทาง

"บิ๊กตู่"ขี่ม้าเลียบค่ายยึดพลังประชารัฐ

เส้นทางของผู้กองธรรมนัส จะผกผัน หลังจากเส้นทางกระชับอำนาจ ริบอาวุธของพลเอกประยุทธ์ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเสถียรภาพพลังประชารัฐ คือเสถียรภาพของรัฐบาล ถ้าพลังประชารัฐ ไม่มีเสถียรภาพพรรคร่วมก็ป่วนไปด้วย 

ตอนนี้ปฏิบัติการที่เรารับรู้คือส่งทีมรัฐมนตรีดูแล ส.ส. ทั้งหมด แม้จะกระชับริบอำนาจแล้ว แต่ "กล้วยยังขาดตลาด"

ถ้ายอดผู้ติดเชื้อลดลง การฉีดวัคซีนมากขึ้น ม็อบลดลง ใกล้ชิด ส.ส.มากขึ้น คะแนนนิยมก็จะมาเอง แต่จะสำเร็จต้องทำให้พลังประชารัฐ เข้มแข็งมีเสถียรภาพ 

เพราะฉะนั้นจับตาต่อไปว่าเกมการยึดพรรคพลังประชารัฐ จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน