คมนามคม สั่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรับมือ พายุโกนเซิน ทั้งการป้องกัน ฟื้นฟู และเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติ กำชับ เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

12 กันยายน 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากประกาศแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องพายุโซนร้อนกำลังแรง “โกนเซิน” ในช่วงวันที่ 12-13 ก.ย. นี้ ว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผนป้องกันสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด และมีประสิทธิภาพ โดยเตรียมความพร้อมในการป้องกัน การฟื้นฟู และการเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติ พร้อมทั้งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์ต่างๆและเมื่อส่งผลกระทบกับการเดินทางของประชาชน จะต้องประสานกับพื้นที่ เพื่อให้สามารถเข้าแก้ไขปัญหาได้ทันที โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวันเพื่อที่จะได้รับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

 

ในขณะที่นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตนจึงได้สั่งการให้ทุกแขวงทางหลวง หมวดทางหลวง รวมถึงศูนย์สร้างทาง และศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อม ทั้งเครื่องมือ เครื่องจักร รวมถึงเตรียมสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็ก) กรณีหากเกิดทางขาด สะพานขาด และจัดเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ตลอด 24 ชั่วโมง

 

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทาง โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชม.)

ด้านนายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในส่วนภูมิภาคเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา เตรียมมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ทันที

 

รายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่ 12-13 กันยายนนี้ ได้แก่

ภาคเหนือ 10 จังหวัด ประกอบด้วยแพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์นครสวรรค์ และอุทัยธานี 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ประกอบด้วย เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี 

ภาคกลางและภาคตะวันออก 12 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด