อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการที่เด็กไม่ไปโรงเรียนเสียหายมาก ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกายและการเข้าสังคม และสุดท้ายสร้างปัญหาเด็กลาออกจากโรงเรียน สร้างความเหลื่อมล้ำมาก สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือ การหามาตรการรับมือเปิดเทอม โดยแนวการป้องกัน คือ
1.ฉีดวัคซีนให้คนฉีดได้ ผู้ปครอง ครู คนในบ้าน เพราะหากผู้ใหญ่ไม่ติดเชื้อ เด็กก็ไม่ติดเชื้อ เพราะการฉีดวัคซีนให้เด็กอาจต้องรอบคอบ ในอนาคตจะมีมีวัคซีนที่ปลอดภัย แต่ตอนนี้ยังเป็นแค่การใช้ฉุกเฉิน ถ้าไม่ฉุกเฉินรออีกสักพักก็อาจมีวัคซีนที่ปลอดภัยกว่าปัจจุบันออกมาต้นปีนี้
2.เน้นการใส่หน้ากากทั้งที่บ้านและโรงเรียน รวมทั้งเว้นระยะห่าง ล้างมือ ใครป่วยหรือมีประวัติสัมผัสต้องหยุดอยู่บ้าน ทำความสะอาดห้อง และควรมีการทดสอบเด็กเป็นระยะ ในช่วงที่ระบาดหนัก ส่วนที่ไม่ระบาดหนักอ าจตรวจเฉพาะคนมีอาการ ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรเดียวทั้งประเทศ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ เช่น นักเรียนติดคนเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งโรงเรียน ซึ่งสร้างความเสียหายมาก อาจะให้หยุดกับคนที่สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยง
"โรงเรียนควรเป็นที่ที่ปิดหลังสุด แต่กลับถูกปิดก่อน เพราะไปคิดเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั้งที่ปัญหาไม่เหมือนกัน ซึ่งน่าเป็นห่วงเด็กที่ต้องหยุดในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนา และพบว่าเด็กติดเกมเยอะมากช่วงนี้เรียนจอใหญ่ไปก็เล่นเกมจอเล็กไปด้วยถ้าไม่ดูให้ดีก็จะเป็นปัญหาจำเป็นต้องมาช่วยกันให้เด็กได้รับการศึกษาที่ดีรวมทั้งองค์การอนามัยโลก บอกว่ามีปัญหาเรื่องเด็กอ้วนเตี้ยซึ่งมาจากไม่ได้ออกกำลังกายอยู่แต่หน้าจอ อีกด้านก็จะเกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามหาศาล อินเดียมีคนที่ไม่ได้เรียนสุดท้ายก็ออกไปหางานอนาคตก็แย่หมดไม่มีความรู้ ต้องหาทางแก้ไขปัญหาที่จะตามมา" ศ.นพ.เกียรติคุณ กล่าว