เยียวยาเงินเดือนเหลื่อมล้ำข้ามทศวรรษของ “อาจารย์มหาวิทยาลัย” สะดุด เจอหน่วยงานกระทรวงการคลังตีกลับ หลังส่งเข้า ครม. เครือข่ายสภาคณาจารย์ทั่วไทย 73 สถาบัน เตรียมเคลื่อนไหวยื่นหนังสือถึงนายกฯ พร้อมเสนอสูตรแบ่งจ่าย 5 งวด ไม่ต้องเทก้อนใหญ่รอบเดียว

ปัญหาความเหลื่อมล้ำเรื่องเงินเดือนของ “อาจารย์มหาวิทยาลัย” ที่มีสถานะเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี หรือ 1 ทศวรรษ โดยปรากฏว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยได้เงินเดือนน้อยกว่าข้าราชการครูสังกัดอื่นอยู่ 8% โดยปัญหานี้เกิดมาตั้งแต่ปี 2554 เมื่อรัฐบาลในยุคนั้นขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการครูทั่วประเทศ เพื่อหวังผลทางการเมืองช่วงก่อนเลือกตั้ง แต่ขึ้นไม่ครบ 

 

เกิดปรากฏการณ์ “ฝนตกไม่ทั่วฟ้า” เพราะไม่ได้ขึ้นเงินเดือนให้กับอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีสถานะเป็น “ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา” ด้วย ส่งผลให้อาจารย์มหาวิทยาลัยมีอัตราเงินเดือนต่ำกว่าครูในสังกัดอื่นๆ ราวๆ 2,830 บาท แม้จะมีการปรับเงินเดือนในปีต่อๆ มา แต่ก็เป็นการปรับแบบถ้วนหน้า คือ ปรับเท่ากันทุกสังกัด จึงยังทำให้เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยน้อยกว่าครูในสังกัดอื่นราวๆ 8% อยู่ดี และเป็นแบบนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว

 

อ.มหาลัย 73 แห่งเตรียมทำหนังสือถึง“บิ๊กตู่”แก้เยียวยาเหลื่อมล้ำ

 

กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ จากการผลักดันของ ที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย หรือ ทปสท. และองค์กรเครือข่าย ทำให้กระทรวงอุดมศึกษาฯ โดยคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือ ก.พ.อ. มีมติเสนอคณะรัฐมนตรีให้จัดสรรงบกลาง “รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น” หรือแหล่งงบประมาณอื่นตามที่เห็นควร เพื่อเยียวยาเงินเดือนเหลื่อมล้ำให้กับอาจารย์มหาวิทยาลัย ย้อนหลังไปถึงวันที่ 31 มีนาคม 2554 จำนวน 35,984 คน เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 7,026 ล้านบาทเศษ

 

อ.มหาลัย 73 แห่งเตรียมทำหนังสือถึง“บิ๊กตู่”แก้เยียวยาเหลื่อมล้ำ

ในครั้งนั้น อาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่ต้องชอกช้ำกับเงินเดือนเหลื่อมล้ำ 8% ก็พากันเฮ เพราะคิดว่าจะได้เยียวยา แต่ปรากฏว่าในการประชุม ก.พ.อ.เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการแจ้งข้อมูลต่อที่ประชุมว่า แผนการเยียวยาเงินเดือนเหลื่อมล้ำ ถูกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. ตลอดจนสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีเรื่องกลับมายังกระทรวงอุดมศึกษาฯ เพื่อให้ทบทวน ทำให้บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยต้องรอเก้อ

 

อ.มหาลัย 73 แห่งเตรียมทำหนังสือถึง“บิ๊กตู่”แก้เยียวยาเหลื่อมล้ำ

 

ล่าสุด ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ ได้มอบหมายให้ ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงฯ และที่ปรึกษารัฐมนตรี ประชุมกับเครือข่ายคณาจารย์ทั่วประเทศ ได้แก่ ทปสท. และ ชมรมข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ ชขอท. นำโดย ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ประธาน ทปสท., น.สพ.สถิตย์ อรุณแสง, ผศ.จิตเจริญ ศรขวัญ, ผศ.วิริยะ ศิริชานนท์ และ ผศ.ปิยนาถ ศรีสมเพ็ชร เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้

บทสรุปที่ได้จากวงประชุม คือ 1. เครือข่าย ทปสท., ชขอท. และ ปอมท. หรือ ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมคณาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัยของรัฐทั่วประเทศ 73 แห่ง เตรียมทำหนังสือยื่นถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายในเดือนก.ย.นี้ เพื่อขอให้เยียวยาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นมายาวนาน

 

2. ข้อเสนอการเยียวยายังคงครอบคลุมทั้งข้าราชการในสายวิชาการ (อาจารย์) และสายสนับสนุน (เจ้าหน้าที่) โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงดังนี้

 

- การเยียวยาตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2554 จนถึงวันที่ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ฉบับที่ 5 (กฎหมายเกี่ยวกับการเยียวยา) ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 14 เม.ย. 2562 โดยให้แบ่งจ่ายเงินเยียวยาทั้งหมด 5 ครั้ง ไม่ต้องจ่ายทั้งก้อนในคราวเดียว

 

- การปรับฐานเงินเดือนและเยียวยาตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ฉบับที่ 5 มีผลบังคับใช้ ตั้งบแต่วันที่ 15 เม.ย. 2562 เป็นต้นไป

 

อ.มหาลัย 73 แห่งเตรียมทำหนังสือถึง“บิ๊กตู่”แก้เยียวยาเหลื่อมล้ำ

 

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ประธาน ทปสท. กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ ที่มีความตั้งใจผลักดันให้การเยียวยาครั้งนี้ประสบความสำเร็จให้ได้ และทางองค์กรเครือข่ายคณาจารย์ได้หารือกันอย่างใกล้ชิด และจะเร่งดำเนินการตามผลการหารือโดยเร็วที่สุด เพื่อความเป็นธรรมและความผาสุกของประชาคมชาวอุดมศึกษาทุกคน ทั้งยังหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญ และดำเนินการคืนความเป็นธรรมให้อาจารย์มหาวิทยาลัยต่อไป