ทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทยการันตีเหรียญเงินได้แน่นอนแล้วอีกเหรียญ หลัง "วรวุฒิ-วัชรพล" โคจรมาเจอกันเองในรอบตัดเชือก

พาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น เริ่มที่การแข่งขันบอคเซีย ประเภทบุคคล คลาส BC2 รอบก่อนรองชนะเลิศ มีนักกีฬาไทยลงแข่ง 2 ราย

 

เริ่มที่ วรวุฒิ แสงอำภา มือ 1 ของโลก วัย 28 ปี ดีกรีเหรียญทอง ริโอเกมส์ 2016 ประเภททีม และเหรียญเงินบุคคล ฟอร์มยังแรงไม่หยุด เอาชนะ หลาน ซื่อเจี้ยน จาก จีน 8-5 คะแนน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

 

ส่วนอีกคู่ วัชรพล วงษา มืออันดับ 4 โลก เจ้าของเหรียญทอง ริโอเกมส์ 2016 ทั้งบุคคลและทีม เอาชนะ ดมิทรี คอซมิน จาก RPC ไป 6-4 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้เช่นกัน โดยเข้าไปเจอกันเองกับ วรวุฒิ เท่ากับนักกีฬาไทยการันตีเข้าชิงฯ  1 ราย และได้อย่างน้อยเหรียญเงินแน่นอนแล้ว

อัญชญา เกตุแก้ว

ต่อกันที่การแข่งขันว่ายน้ำ ประเภท ฟรีสไตล์ 100 ม.หญิง คลาส S9 รอบคัดเลือก ฮีท 2 ไทยส่ง อัญชญา เกตุแก้ว ลงชิงชัย ปรากฏว่าว่ายแตะขอบสระเข้ามาเป็นอันดับ 6 เวลา 1 นาที 09.51 วินาที เมื่อรวมเวลาทั้ง 3 ฮีท รั้งอันดับ 18 ไม่เพียงพอที่จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ

ชาคร แก้วศรี

ส่วนประเภทกบ 50 เมตรชาย คลาส SB2 รอบคัดเลือก แข่ง 2 ฮีท คัดเวลาดีที่สุด 8 คนเข้ารอบไฟนอล โดยฮีทที่ 1 ชาคร แก้วศรี ว่ายแตะขอบสระเป็นอันดับ 3 ด้วยเวลา 1 นาที 02.41 วินาที เมื่อรวมเวลา 2 ฮีท รั้งอันดับ 4 ได้ผ่านเข้าสู่รอบไฟนอล 

 

แต่หลังจบการแข่งขัน “ชาคร” ถูกจับดิสควอลิฟาย เนื่องจากผู้ควบคุมการแข่งขันแจ้งว่า “ชาคร” ว่ายผิดท่าในช่วง 45 ม.หลัง ทำให้ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติ ยื่นประท้วงคัดค้านการตัดสิน แต่ประท้วงไม่เป็นผล ทำให้ ชาคร ชวดเข้ารอบชิงชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย

พงค์ชัย ญาณฤดี

ด้านการแข่งขันจักรยานถนน ประเภท ไทม์ ไทรอัล คลาส H2 ระยะทาง 16 กิโลเมตร ไทยส่ง พงค์ชัย ญาณฤดี นักกีฬาวัย 21 ปี ที่ได้แข่งพาราลิมปิกครั้งแรกลงแข่งขัน ปรากฏว่า พงค์ชัย เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที 40.98 วินาที ได้อันดับ 6 ไปครอง ส่วนเหรียญทองเป็นของ เซร์คิโอ คาร์โรเต้ มูนอซ จาก สเปน เวลา 31 นาที 23.53 วินาที

ภัคจิราพร ก๋ากัน

ปิดท้ายที่กรีฑา ประเภทวิ่ง 100 เมตร คลาส T47 รอบคัดเลือก แข่ง 2 ฮีท คัดอันดับ 1-3 แต่ละฮีท และเวลาดีสุด 2 คนที่ไม่ติด 1-3 เข้ารอบชิงชนะเลิศ ฮีทแรก ภัคจิราพร ก๋ากัน วัย 29 ปี เข้าแข่งพาราลิมปิกครั้งแรก วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 7 ของฮีท เวลา 13.25 วินาที ซึ่งเมื่อรวมเวลา 2 ฮีท รั้งอันดับ 14 ไม่เพียงพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

 

ปิดท้ายที่เทเบิลเทนนิส ประเภท ทีมหญิง คลาส 4-5 (นั่งวีลแชร์) รอบก่อนรองชนะเลิศ ไทยส่ง วิจิตรา ใจอ่อน กับ ปานวาด ศรีงาม คู่มือวางอันดับ 7 พบกับ แอนนา คาริน อาคควิสต์ กับ อิงเกล่า ลุนด์แบ็ค คู่มือวางอันดับ 3 จาก สวีเดน

 

เริ่มจากประเภทคู่ วิจิตรากับปานวาดสู้คู่สวีเดนได้อย่างสูสี ก่อนจะแพ้ไป 2-3 เกม 8-11, 11-9, 6-11, 11-7 และ  10-12 ตามหลัง 0-1

 

ต่อที่ประเภทเดี่ยว วิจิตรา ใจอ่อน เจอกับ แอนนา คาริน อาคควิสต์ ปรากฏว่า วิจิตรา ต้านความแข็งแกร่งไม่ไหว แพ้ไป 0-3 เกม 10-12, 5-11 และ 7-11 ทำให้ทีมไทยแพ้ 0-2 ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย