กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ชี้ รักษาผู้ต้องทุกรายอย่างถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์ พร้อมเตรียม EXIT เรือนจำเพิ่มอีก 8 แห่ง กลางเดือน ก.ย.นี้

28 สิงหาคม 2564 เวลา 14.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 324 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 285 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 39 ราย) รักษาหายเพิ่ม 269 ราย เสียชีวิต 3 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 3,655 ราย (กลุ่มสีเขียว 87.6% สีเหลือง 12% และสีแดง 0.4%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 441 ราย ปริมณฑล 569 ราย และต่างจังหวัด 2,645 ราย 

 

นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ พบการแพร่ระบาดเพิ่มที่เรือนจำจังหวัดชัยนาท และเรือนจำกลางอุดรธานี ส่งผลให้มีเรือนจำสีแดงเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 41 แห่ง เรือนจำสีขาวที่ไม่มีการแพร่ระบาดลดเหลือ 101 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 52,111 ราย หรือ 91.8% ของผู้ติดเชื้อสะสม 56,742 ราย เสียชีวิตสะสม 113 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางนครสวรรค์ 3 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีโรคประจำตัว และสูงอายุ แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย

 

นายอายุตม์ เสริมว่า การตรวจพบเรือนจำแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นในระยะนี้ ยังคงเป็นไปตามมาตรการในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของกรมราชทัณฑ์ โดยการสุ่มตรวจหาเชื้อเชิงรุกในเรือนจำสีขาวที่ยังไม่พบการระบาดเป็นระยะ รวมถึงการสังเกตอาการ และแยกผู้ต้องขังที่ไม่สบาย มีไข้ หรือมีอาการอื่นๆ ที่เข้าข่ายต้องสงสัยเพื่อตรวจเชื้ออยู่เสมอ ซึ่งที่ผ่านมาช่วยให้สามารถพบผู้ติดเชื้อและนำเข้าสู่กระบวนการรักษาและควบคุมการระบาดได้อย่างรวดเร็ว

 

โดยกระบวนการดูแลรักษา สำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ในการให้ยาและรักษา โดยมี ศบค.ยธ. และ ศบค.รท. ทำหน้าที่ในการติดตามและสนับสนุน ทั้งยาฟ้าทะลายโจร ยาฟาวิพิราเวียร์ รวมถึงเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องเอกซเรย์พระราชทาน และบุคลากรให้เพียงพอ

นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ มีมาตรการป้องกันเชื้อที่อาจแพร่ระบาดเข้าสู่เรือนจำและทัณฑสถาน ผ่าน 3 แนวทาง คือ 1.การป้องกันเชื้อจากเจ้าหน้าที่ โดยการสลับเวรปฏิบัติงานแยกเป็นชุด และตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมยืนยันผลลบก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้ง และ
ในเรือนจำสีแดงจะต้องตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้งก่อนออกจากพื้นที่ โดยในระหว่างการปฏิบัติงานจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อ และห้ามเดินทางหรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อในระหว่างออกเวรโดยเด็ดขาด 2.การป้องกันเชื้อจากผู้ต้องขังแรกรับหรือรับใหม่ทุกราย จะต้องได้รับการแยกกักโรค อย่างน้อย 21 วัน และตรวจหาเชื้ออย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ก่อนเข้าห้องกักโรค 1 ครั้ง และก่อนออกจากห้องกักโรคอีก 1 ครั้ง และ 3.การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสิ่งของที่มาจากภายนอกเรือนจำ รวมถึงการรักษาสุขอนามัย สวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกต้องตลอดเวลา รักษาระยะห่างและงดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างสม่ำเสมอ เตรียม EXIT เรือนจำเพิ่มอีก 8 แห่ง กลางเดือน ก.ย.นี้