สุราษฎร์ธานี - คืบหน้าพ่อหลอนยาบ้าฆ่าลูกวัย 4 เดือนฝังดิน ล่าสุดชี้จุดฝังให้ จนท.ขุดศพส่งพิสูจน์สาเหตุการตายแล้วขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก

     จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว นายศุภวัฒน์ กลับ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/1 หมู่ที่ 3 ต.เวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายลูกสาวคนสุดท้อง วัย 4 เดือน ด้วยการจับกดน้ำภายในห้องน้ำจนเสียชีวิตและนำศพไปฝังที่ สำนักสงฆ์ทุ่งโศก หมู่ ที่ 9 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ตร.สุราษฎร์ฯ นำตัวพ่อฆ่าลูกวัย 4 เดือน ชี้จุดฝังดินพร้อมแจ้งข้อหาหนัก      ล่าสุดวันนี้ ( วันที่ 28 สิงหาคม 2564 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 8 นำตัวนายศุภวัฒน์ กลับ อายุ 27 ปี ชี้จุดฝังศพลูกสาววัย 4 เดือนที่ถูกฝังไว้ที่ ป่าช้า สำนักสงฆ์ทุ่งโศก หมู่ ที่ 9 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ท่ามกลางชาวบ้านในพื้นที่มารอดูจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้ขุดหน้าดินลงไปประมาณ 30 เซนติเมตรพบกล่องกระดาษลักษณะเปื่อย ยุ่ยปะปน บนผ้าขนหนูสีเขียว จำนวน 2 ผืน และร่างเด็กทารกวัย 4 เดือนสภาพเน่าส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจน

ตร.สุราษฎร์ฯ นำตัวพ่อฆ่าลูกวัย 4 เดือน ชี้จุดฝังดินพร้อมแจ้งข้อหาหนัก

ตร.สุราษฎร์ฯ นำตัวพ่อฆ่าลูกวัย 4 เดือน ชี้จุดฝังดินพร้อมแจ้งข้อหาหนัก      นางหีต (สงวนนามสกุล) แม่ของนายศุภวัฒน์ ซึ่งมีศักดิ์ เป็นย่าของทารกวัย 4 เดือนกล่าวว่า ไม่เชื่อว่านายศุภวัฒน์ได้ทำการในครั้งนี้คนเดียวเพียงลำพัง เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นผ่านมา 6 วันแล้ว เรื่องจึงได้มาเปิดเผย ซึ่งนายศุภวัฒน์ลูกชายเล่าว่าขณะเกิดเหตุไม่อยู่บ้าน ออกไปหาต้นไม้ และเมียได้ไลน์ไปแจ้งว่าลูกสาวคนเล็กได้เสียชีวิตแล้วเมื่อกลับมาก็ไม่เห็นลูก เนื่องจากแม่เด็กเอาศพใส่กล่องพัสดุแล้ว หลังจากนั้นได้ช่วยกันนำมาฝังที่จุดดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่เมียของลูกชายหรือลูกสะใภ้อ้างว่า ไม่กล้าหลบหนีไปไหนเนื่องจากกลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกายนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะในช่วงเวลา 6 วันหลังจากเกิดเหตุ ยังใช้ชีวิตปกติ ในการส่งสินค้าที่จำหน่ายทางออนไลน์ ตนจึงไม่ปักใจเชื่อว่าลูกชายทำเพียงลำพัง

ตร.สุราษฎร์ฯ นำตัวพ่อฆ่าลูกวัย 4 เดือน ชี้จุดฝังดินพร้อมแจ้งข้อหาหนัก      ด้านพระสงฆ์ (ไม่เปิดเผยชื่อ) หัวหน้าสำนักสงฆ์ทุ่งโศก กล่าวว่า ช่วงวันแม่เจ้าคณะตำบลที่วัดบ้านส้องได้โทรศัพท์บอกว่าให้ช่วยทำพิธีฝังศพเด็กด้วย พระก็ดำเนินการให้โดยที่ไม่ได้เข้าใกล้เพราะกลัวโควิด-19 จึงให้พ่อแม่ขุดดินฝังกันเองโดยพระสงฆ์ทำพิธีบังสกุลและกรวดน้ำให้ โดยมากัน 3 คนพ่อแม่และเด็กอีก 1 คน โดยแจ้งกับพระว่าลูกเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุรถพ่วงไปชนกันจนลูกเสียชีวิต

ตร.สุราษฎร์ฯ นำตัวพ่อฆ่าลูกวัย 4 เดือน ชี้จุดฝังดินพร้อมแจ้งข้อหาหนัก      ขณะที่การสอบปากคำของตำรวจ นายศุภวัฒน์ให้การยอมรับว่าได้ลงมือทำร้าย ลูกสาวคนเล็กวัย 4 เดือนมาโดยตลอด โดยตนเองเสพยาบ้าเกือบทุกวันๆละ 2-3 เม็ดและหากทะเลาะกับนางสาวพรนภา ภรรยาก็จะทำร้ายลูกสาวคนเล็กตลอด เฉลี่ยประมาณ 5 วันต่อสัปดาห์ หนักบ้าง เบาบ้างโดยจะใช้วิธีการทุบตี จับกดน้ำหรือเอาน้ำฉีด ทุกครั้งลูกจะร้อง และก่อนหน้านี้ยังเคยทำร้าย นางสาวพรนภาอีกด้วย

ตร.สุราษฎร์ฯ นำตัวพ่อฆ่าลูกวัย 4 เดือน ชี้จุดฝังดินพร้อมแจ้งข้อหาหนัก

     และช่วงเช้าของวันที่ 11 ส.ค.2564 ที่ผ่านมา ได้ทะเลาะกับภรรยาอีกจึงทำร้ายลูกสาวคนเล็กอีกด้วยการทุบตีทำร้ายร่างกาย ส่วนใหญ่จะเป็นต้นเอวข้างซ้ายและต้นขาซ้ายหลายครั้งประมาณ 10-15 นาที จากนั้นนำตัวลูกสาวไปกดน้ำจนมิดหัวประมาณ 2-3 วินาทีในถังน้ำภายในห้องน้ำ จนลูกแน่นิ่งไป จึงนำไปให้ภรรยาซึ่งอยู่ในห้องนอน ต่อมาในตอนเย็นได้ออกจากบ้านและในตอนค่ำภรรยาโทรศัพท์บอกว่าลูกสาวคนเล็กหายใจไม่ออก ตนเองจึงกลับไปที่บ้านและเวลา 22.00 น.ภรรยาบอกว่าลูกเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าลูกเสียชีวิตจริงหรือไม่และไม่ได้พาไปหาหมอ

ตร.สุราษฎร์ฯ นำตัวพ่อฆ่าลูกวัย 4 เดือน ชี้จุดฝังดินพร้อมแจ้งข้อหาหนัก      ต่อมารุ่งเช้าวันที่ 12 ส.ค.2564 ตนเองกับภรรยาจึงได้หาที่เพื่อนำศพลูกไปฝังหรือเผาและได้นำศพลูกใส่ลังกระดาษ ปิดเทปกาวและในเวลาประมาณ 15.00 น.จึงขับรถจักรยานยนต์ไปกับภรรยานำศพลูกที่ใส่กล่องกระดาษไปที่สำนักสงฆ์ทุ่งโศก ม.9 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จากนั้นให้พระทำพิธีและฝังศพให้โดยบอกพระว่าลูกตายเพราะล้มรถและสาเหตุที่ลูกตายนั้นเกิดจากการที่ตนเองทำร้ายร่างกายลูกสะสมมาหลายครั้งและในวันที่ทำร้ายครั้งสุดท้าย พลั้งมือไปและทำร้ายมากเกินไปจนเป็นเหตุให้ลูกตายและสำนึกผิดในการกระทำของตนเอง

ตร.สุราษฎร์ฯ นำตัวพ่อฆ่าลูกวัย 4 เดือน ชี้จุดฝังดินพร้อมแจ้งข้อหาหนัก      ในเบื้องต้นทางตำรวจแจ้งข้อหากับนายศุภวัฒน์ ผู้เป็นพ่อในความผิดฐาน “ทำร้ายผู้อื่นโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ,ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตายหรือไม่มีเหตุอันควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว โดย:
สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ จ.สุราษฎร์ธานี