ภูเก็ต - ภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ตเสนอรัฐบาลตั้งกองทุนฟื้นฟูท่องเที่ยวขอทุนตั้งต้น 5,000 ล้านบาท ช่วยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีจำนวนกว่าร้อยละ 80 มีการจ้างงานกว่า 230,000 คน เพื่อเดินหน้า "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์"

24 สิงหาคม 2564 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยว เนื่องจากตลาดเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากทั้งโรงแรมที่พัก และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อาทิ เรือนำเที่ยว รถบริการนำเที่ยว สินค้าที่ระลึก เป็นต้น ซึ่งมีมากถึง 80% ของผู้ประกอบการทั้งหมดจะต้องปิดกิจการลง

เอกชนขอ 5,000 ล้าน ฟื้นท่องเที่ยวภูเก็ต

แม้ขณะนี้จะมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวภายใต้โครงการ "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้านั้นไม่ได้มีจำนวนมากพอกับห้องพักหรือกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ในขณะเดียวกันแม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือทางด้านการเงิน แต่ด้วยเงื่อนไขมากมายทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้

ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ตรงเป้าหมาย กลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จึงเสนอขอให้จัดตั้ง "กองทุนฟื้นฟูการท่องเที่ยว" เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้งโรงแรมที่พัก ขนส่งรถ-เรือ และอื่นๆ ที่จำนวนกว่าร้อยละ 80 ยังปิดกิจการ เนื่องจากเข้าไม่ถึงแหล่งทุน 


 

นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น และส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเนื่องมา 2 ปี เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว

ทางภาคเอกชนภูเก็ต ได้นำเสนอแนวคิดให้รัฐบาลจัดตั้ง "กองทุนเพื่อการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต" ให้กับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในคราวประชุมติดตามราชการโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ผ่านระบบ ZOOM เมื่อวันหยุดที่ที่ผ่านมา

เอกชนขอ 5,000 ล้าน ฟื้นท่องเที่ยวภูเก็ต

เพื่อนำเงินจากกองทุนดังกล่าวมาช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีในภูเก็ต เพื่อปรับปรุงกิจการซึ่งยังเปิดอยู่ เนื่องจากผู้ประกอบการเหล่านั้นขาดสภาพคล่องและเข้าไม่ถึงแหล่งทุนตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลในรูปแบบของซอล์ฟโลน 

เอกชนขอ 5,000 ล้าน ฟื้นท่องเที่ยวภูเก็ต
"หากผู้ประกอบการดังกล่าวซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 80 จากผู้ประกอบากรทั้งหมดของภูเก็ต อาทิ รถ-เรือบริการนำเที่ยว โรงแรมขนาดเล็ก สปา เป็นต้น สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ จะทำให้ภูเก็ตแซนดืบ้อกซ์สามารถขับเคลื่อนและเดินหน้าไปได้”
 

ซึ่งสาเหตุที่ผู้ประกอบการดังกล่าวไม่สามารถเปิดดำเนินธุรกิจได้ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่สามารถที่จะเข้าถึงกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้จัดสรรเงินทุนกองทุนไว้ที่ 25,000 ล้านบาท ด้วยติดเงื่อนไขต่างๆ เช่น อยู่ในภาวะพักชำระหนี้, ไม่มีการเคลื่อนไหวบัญชี บางรายมีมูลหนี้ที่สูงมาก เป็นต้น

เอกชนขอ 5,000 ล้าน ฟื้นท่องเที่ยวภูเก็ต
        
นายธเนศ กล่าวว่า เพื่อให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เดินหน้าต่อไปได้ และผู้ประกอบการมีเงินในการลงทุนต่อ จึงขอให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต เบื้องต้นจำนวน 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการปล่อยกู้ให้ธุรกิจโรงแรมที่ยังไม่มีใบอนุญาต ได้ปรับปรุงและเข้าสู่ระบบของกฎหมาย จำนวน 2,000 ล้านบาท, เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เช่น บริษัททัวร์ ร้านอาหาร สปา ร้านขายของที่ระลึก เป็นต้น จำนวน 1,000 ล้านบาท และผู้ประกอบการขนส่งทั้งทางน้ำและทางบก เช่น ไถ่ถอนยานพาหนะที่ถูกยึดและซ่อมแซม เป็นต้น จำนวน 500 ล้านบาท โดยมีแนวคิดในการนำเงินมาใช้ตั้งต้น อยู่ 2-3 แนวคิด อาทิ กู้จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), การออกภูเก็ตบอนด์ ให้ผู้มาลงทุน หรืออาจจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการใช้พื้นที่เกาะ หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆ เป็นต้น หรืออาจนำทั้งหมดมารวมกัน 


อย่างไรก็ตามนายธเนศ ยังกล่าวต่อว่า ปัจจุบันธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในภูเก็ต เปิดให้บริการเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 80% ยังคงปิดกิจการ เนื่องจากไม่มีเงินทุนสำหรับเปิดกิจการรอบใหม่ และบางกิจการอาจจะปิดถาวรได้ ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า กลุ่มนี้เป็นผู้ประกอบการกลุ่มใหญ่ของธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต

เอกชนขอ 5,000 ล้าน ฟื้นท่องเที่ยวภูเก็ต

โดยผลการสำรวจของทาง ม.อ.ภูเก็ต พบว่ามีมากถึง 62,000 กว่ากิจการ แบ่งเป็นนิติบุคคล 41,000 กิจการ หรือประมาณ 71% ส่วนที่เหลือเป็นการประกอบการส่วนบุคคล และมีการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 230,000 คน จึงทำให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูเก็ตเป็นอย่างมาก 


ภาพ/ข่าว โดย :
สาลินี  ปราบ จ.ภูเก็ต