นอกจากตัวบทกฎหมาย การปลดล็อกพืชกระท่อมยังส่งผลในด้านสังคมและเศรษฐกิจ โดยในแง่สังคมจะช่วยกลุ่มผู้ที่ใช้พืชกระท่อมที่อยู่ในมุมมืด ให้ออกมาในที่สว่าง และยังส่งผลให้ผู้ต้องโทษจากคดีพืชกระท่อมเพียงอย่างเดียว ที่มีทั่วประเทศกว่า 12,430 คน เป็นอิสระได้รับการปล่อยตัว แบ่งเป็นผู้ถูกคุมขังคดี 1,038 คน ในชั้นอัยการที่จะต้องหมายจากศาลอีก 9,000 ราย และอยู่ในคดีของพนักงานสอบสวนอีก 2,400 คดี
ส่วนด้านเศรษฐกิจ ที่ผ่านมามีแนวคิดผลักดันให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษกิจอีกชนิด และมีคู่แข่งสำคัญคือ “มาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยการผลักดันพืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจจะต้องดูดีมานด์กับซัพพลายความต้องการตลาดและผลผลิตว่า ทำอย่างไรไม่ให้ราคาตก มีการคาดการณ์ว่า ราคากระท่อมไม่ควรต่ำกว่ากิโลกรัมละ 200 บาท จึงจะเป็นต้นทุนการผลิตที่จะสามารถแข่งขันกับประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียได้