ดีเดย์แล้ว! ปลดล็อกพืชกระท่อมเสรี "เคี้ยว-ต้ม-ขาย" ไม่ผิดกฎหมาย พร้อมเตรียมศึกษาผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจแข่งกับเพื่อนบ้านทางมลายู เล็งราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละสองร้อยบาท

ในที่สุดความฝันก็เป็นความจริงเสียที สำหรับอนุญาตให้มีการใช้และบริโภค "พืชกระท่อม" ตามวิถีพื้นที่บ้านอย่างถูกกฎหมาย หลังฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อพยายามสู้ทางกฎหมายมาหลายสิบปี ในการนำพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 จนนำมาสู่การแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ 2564 ที่แก้ไข ถอดพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภท 5 และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา มีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ส.ค. 64 

ส่งผลให้ตั้งแต่วัน 24 ส.ค. เป็นต้นไป พืชกระท่อมจะไม่เป็นยาเสพติดตามกฎหมาย ประชาชนสามารถนำมาปลูก เคี้ยว ต้มน้ำดื่ม หรือใช้เป็นยารักษาโรคตามวิถีชาวบ้าน รวมทั้งซื้อขายภายในท้องถิ่นและภายในประเทศได้ ภายใต้เงื่อนไขของ ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ....ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ซึ่งมีรายละเอียดครบวงจร อาทิ การปลูก การใช้งานที่ห้ามนำสารเสพติดอื่นใดมาผสมทั้งสิ้น การซื้อขายนำเข้าส่งออกต่างประเทศในเชิงอุตสาหกรรม 
ดีเดย์แล้ว! ปลดล็อกพืชกระท่อมไม่ผิดกฎหมาย เคี้ยว-ต้ม-ขาย ไม่โดนจับ

ดีเดย์แล้ว! ปลดล็อกพืชกระท่อมไม่ผิดกฎหมาย เคี้ยว-ต้ม-ขาย ไม่โดนจับ

นอกจากตัวบทกฎหมาย การปลดล็อกพืชกระท่อมยังส่งผลในด้านสังคมและเศรษฐกิจ โดยในแง่สังคมจะช่วยกลุ่มผู้ที่ใช้พืชกระท่อมที่อยู่ในมุมมืด ให้ออกมาในที่สว่าง และยังส่งผลให้ผู้ต้องโทษจากคดีพืชกระท่อมเพียงอย่างเดียว ที่มีทั่วประเทศกว่า 12,430 คน เป็นอิสระได้รับการปล่อยตัว แบ่งเป็นผู้ถูกคุมขังคดี 1,038 คน ในชั้นอัยการที่จะต้องหมายจากศาลอีก 9,000 ราย และอยู่ในคดีของพนักงานสอบสวนอีก 2,400 คดี

ส่วนด้านเศรษฐกิจ ที่ผ่านมามีแนวคิดผลักดันให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษกิจอีกชนิด และมีคู่แข่งสำคัญคือ “มาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยการผลักดันพืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจจะต้องดูดีมานด์กับซัพพลายความต้องการตลาดและผลผลิตว่า ทำอย่างไรไม่ให้ราคาตก มีการคาดการณ์ว่า ราคากระท่อมไม่ควรต่ำกว่ากิโลกรัมละ 200 บาท จึงจะเป็นต้นทุนการผลิตที่จะสามารถแข่งขันกับประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียได้
ดีเดย์แล้ว! ปลดล็อกพืชกระท่อมไม่ผิดกฎหมาย เคี้ยว-ต้ม-ขาย ไม่โดนจับ

ดีเดย์แล้ว! ปลดล็อกพืชกระท่อมไม่ผิดกฎหมาย เคี้ยว-ต้ม-ขาย ไม่โดนจับ

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ป.ป.ส. ได้มีการร่วมกับท้องถิ่นในการนำร่องศึกษาและวิจัยการปลูกพืชกระท่อมต้นแบบประเทศ ที่ ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ภายใต้ชื่อ “น้ำพุโมเดล” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้พืชกระท่อมอย่างถูกกฎหมาย มาตั้งแต่ปี 2559 มีการนำผลผลิตพืชกระท่อมไปแปรรูปในรูปแบบต่างๆ และเตรียมต่อยอด อาทิ การแปรรูปผลิตน้ำกระท่อมสกัดเย็น การสกัดไมตาซีมีนผลิตยารักษาโรคแผนไทย และผงกระท่อมในแคปซูล เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่จะทำให้ใบกระท่อมมีค่ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เฉกเช่นกัญชา ที่ได้มการปลดล็อกไปก่อนหน้านี้

ดีเดย์แล้ว! ปลดล็อกพืชกระท่อมไม่ผิดกฎหมาย เคี้ยว-ต้ม-ขาย ไม่โดนจับ

ดีเดย์แล้ว! ปลดล็อกพืชกระท่อมไม่ผิดกฎหมาย เคี้ยว-ต้ม-ขาย ไม่โดนจับ