คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบเปิดประเทศแบบปลอดภัย เน้นทำความเข้าใจประชากรใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับการแพร่ระบาด แย้มเดือนหน้าหากสถานการณ์ดีขึ้น อาจเรี่มผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมว่า มีมติ 4 เรื่องสำคัญ ที่จะนำเสนอต่อ ศบค.ประกอบด้วย เรื่องเห็นชอบการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย ภายใต้มาตรการควบคุมโรคแนวใหม่ smart control and living with covid

 

โดยเป็นการเตรียมเข้าสู่ระยะเปลี่ยนผ่าน จากภาวะวิกฤตที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก มีเป้าหมายควบคุมการระบาดของโรค ให้มีผู้ป่วยไม่เกินเป้าหมาย ที่ศักยภาพของระบบสาธารณสุขจะรองรับได้ และต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตกับเชื้อโควิด จากเดิมที่มีระบาดทั่วโลก ก่อนจะเป็นโรคประจำถิ่น หลายประเทศมีมาตรการรองรับ เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตเป็นปกติที่สุด

 

เบื้องต้นจะมีกลยุทธที่ในการรับมือ ดังนี้

-ฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะผู้ป่วย ผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยง รวมถึงพัฒนาการหาวัคซีนใหม่อย่างครบวงจร

-การป้องกันโรคในทุกกรณในทุกโอกาส โดยมีแนวคิดว่า ทุกคนสามารถเป็นผู้ติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ ต้องระวังตนเองตลอดเวลา สอดคล้องกับมาตรการเดิม คือ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ

-ทำงานเชิงรุกด้วยทีมเคลื่อนที่เร็ว Comprehensive COVID-19 response หรือ CCRT เพื่อลงไปในพื้นที่เพื่อเยี่ยมบ้าน ชุมชน เพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุก

2.เห็นชอบหลักการมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and seal) สำหรับสถานประกอบกิจการ ในพื้นที่ที่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ถ้าพบการติดเชื้อเกินร้อยละ 10 แยกไปรักษาที่ รพ.สนาม และเฝ้าระวังคนที่เหลือให้สามารถทำงานต่อไปได้

 

เมื่อครบ 28 วัน ตรวจภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ตรวจพบภูมิคุ้มกัน จะสามารถทำงานต่อไปและกลับบ้านได้ ผลดีคือ ไม่ต้องปิดโรงงาน แรงงานได้ค่าจ้าง เศรษฐกิจไปต่อได้

 

3.เห็นชอบร่างกฎกระทรวง เรื่องการแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่พาหนะ จะเข้ามาถึงด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พ.ศ. .... และร่างกฎกระทรวง เรื่อง การยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พ.ศ. ....เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับพาหนะจากต่างประเทศ ที่จะเข้ามาประเทศไทย ทั้งด่านบนบก เรือ และอากาศ

4.สนับสนุนให้มีผู้แทนของสมัชชาสุขภาพจังหวัด ร่วมประชุมในคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ตามมติคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 เพื่อให้มีตัวแทนประชาชนในพื้นที่ร่วมรับรู้และร่วมดำเนินมาตรการควบคุมโรคภายในจังหวัดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ยังได้รับทราบมติคณะกรรมการด้านวิชาการ

 

ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ที่เห็นชอบให้ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีน Sputnik V เข้าร่วมโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้

 

 

ส่วนการ ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ซึ่ง เดิมนั่นมีการกำหนดการล็อกดาวน์ ไปถึง 31 ส.ค.หลังจากนี้ จะเริ่มผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ทางที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อได้ร่วมกันหารือข้อเสนอมาตรการที่นำไปสู่การเปิดประเทศ ซึ่งเป็นไปตามทิศทางที่มีการเตรียมการและวางแผนภายใต้มาตราการการควบคุมโรค ซึ่งจะประเมินสถานการณ์เป็นระยะ และรายงานข้อเสนอไปยังทาง ศบค.ต่อไป