สื่ออังกฤษเผยภาพเครื่องบินอพยพอันว่างเปล่า มีผู้โดยสารคนเดียวเป็นภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ของอดีตนาวิกโยธิน ขณะที่ฝูงชนที่พยายามหนีออกนอกประเทศที่สนามบิน เจอทั้งกระสุนปืนตาลีบันกับระเบิดควันของทหารสหรัฐฯ

สื่อแท็บลอยด์อังกฤษ เผยแพร่ภาพห้องโดยสารที่ว่างเปล่าของเครื่องบินทหาร "C-17 Globemaster" ของกองทัพอากาศอังกฤษ ที่ออกจากกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน โดยมีผู้โดยสารคนเดียว คือ "ไคซ่า" ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ของพอล "เพน" ฟาร์ธทิง อดีตนาวิกโยธินและสมาชิกหน่วยคอมมานโด ที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่จังหวัดเฮลมานด์ เพื่อนำไปส่งที่นอร์เวย์บ้านเกิดของเธอ และฟาร์ธทิง ได้โพสต์ภาพลงทวิตเตอร์พร้อมบรรยายว่า "เครื่่องบินที่ว่างเปล่าอย่างน่าอดสู ในขณะที่อีกหลายหมื่นคนรออยู่นอกสนามบิน" 

สื่ออังกฤษเผยเครื่องบินอพยพว่าง ทั้งที่คนข้างล่างรอเป็นหมื่น

ฟาร์ธทิงที่หันไปทำบ้านพักพิงสัตว์ในกรุงคาบูล ยืนยันที่จะอยู่ต่อจนกว่าพนักงานของเขาทั้งหมด 71 คน และครอบครัวจะออกนอกประเทศและปลอดภัยจากตาลีบัน ซึ่งในแต่ละวันมีชาวอัฟกันมากถึง 50,000 คน ไปชุมนุมกันที่รั้วสนามบินด้วยความหวังว่าจะได้รับการอพยพ ด้านเบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ ยืนยันว่า อังกฤษได้ใช้ทุกโอกาสที่เอื้ออำนวยและใช้ทุกชั่วโมงอย่างมีค่าในความพยายามอพยพ และกองกำลังตะวันตกก็กำลังทำงานเพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีที่นั่งเหลือโดยเสียเปล่า แต่ยอมรับว่ามีเที่ยวบินลำหนึ่งที่ต้องออกไปทั้งที่ที่นั่งยังไม่เต็ม เพราะตาลีบันไม่ยอมให้ประชาชนเข้าสนามบิน โดยไปดักที่ทางเข้า ใช้ปืนไรเฟิลกับไม้ไล่ตีแบบเหวี่ยงแห และยิงขู่ขึ้นฟ้าเพื่อสลายฝูงชน ขณะที่ชาวตะวันก็ต้องการรีบออกจากกรุงคาบูล ในขณะที่ยังมีทหารรักษาการอยู่ 60,000 นาย แต่ตาลีบันก็เหิมเกริม ระดมยิงปืนโชว์เพื่อข่มขวัญ 

สื่ออังกฤษเผยเครื่องบินอพยพว่าง ทั้งที่คนข้างล่างรอเป็นหมื่น

มีรายงานว่าทหารอังกฤษได้ยิงเตือนไม่ให้พวกแม่ๆ โยนลูกวัยทารกข้ามรั้่วลวดหนามเข้าไปให้ ต่อมาทหารสหรัฐฯกับทหารอังกฤษ ได้ตอบโต้ว่า การยิงเตือนเป็นแนวทางสุดท้ายที่เอามาใช้ แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทหารสหรัฐฯ ต้องใช้ระเบิดควันและแก๊สน้ำตาในการควบคุมฝูงชนที่พยายามปีนรั้วเข้าไปในสนามบิน ขณะที่สถานการณ์ล่าสุด คือ ตาลีบัน ได้ล้อมกรอบสนามบิน และเป็นคนกำหนดว่า ใครจะได้เข้าหรือไม่ได้เข้าสนามบิน 

สื่ออังกฤษเผยเครื่องบินอพยพว่าง ทั้งที่คนข้างล่างรอเป็นหมื่น