วันที่ 16 สิงหาคม 2564 ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. แถลงกรณีปมจัดซื้อชุดตรวจ ATK8.5 ล้านชิ้น ว่า สปสช.ไม่มีอำนาจจัดหาชุดตรวจ ATK ด้วยตนเองจึงต้องดำเนินการผ่านองค์การเภสัชกรรมและโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งทาง สปสช.ได้ระบุชัดว่า ให้สิทธิ์กับทางองค์การเภสัชกรรมและโรงพยาบาลราชวิถี ในการกำหนดคุณภาพประสิทธิภาพชุดตรวจรวมถึงขั้นตอนวิธีการในการจัดหาชุดตรวจ โดยทาง สปสช.จะเป็นผู้จ่ายเงินงบประมาณในการจัดซื้อเท่านั่น
นางศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล รองผอ.องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมเป็นหน่วยงานจัดการยาและเวชภัณฑ์ของ สปสช. ส่วนขั้นตอนการดำเนินการจัดซื้อชุดตรวจ ATK มี 3 ขั้นตอน คือ
1. ก่อนขั้นตอนการจัดซื้อ โดยจะต้องมีข้อกำหนดแผนความต้องการจาก สปสช. ซึ่งสปสช.จะนำเสนอผ่านโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถีจะส่งแผนและข้อกำหนดต่างๆ มาให้องค์การเภสัชกรรม จากข้อกำหนด TOR เบื้องต้นที่ได้รับผู้ใช้งาน ทางองค์การเภสัชกรรมจะนำมาปรับข้อกำหนดการสั่งซื้อตามมาตรฐานองค์การเภสัชกรรมอีกครั้ง
2.ขั้นตอนการจัดซื้อ จะต้องมีการอนุมัติข้อกำหนดที่ได้รับแจ้งมา ซึ่งจะมีการพิจารณาว่า ถ้ามีผู้ขายมากกว่า 2 รายขึ้นไป องค์การเภสัชกรรมจะมีข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่าย พ.ศ.2561 เป็นหลักเกณฑ์ของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งกรมบัญชีกลางให้รัฐวิสาหกิจเชิงพาณิชย์ออกข้อบังคับในการจัดซื้อไว้ใช้ได้ โดยข้อบังคับดังกล่าวเปิดกว้างไว้ว่า ถ้ามีผู้ขายมากกว่า 2 ราย จะดำเนินการด้วยวิธีคัดเลือก และมีวิธีเร่งด่วน สามารถดำเนินการได้ตามข้อบังคับ 11(2) แต่ถ้ามีผู้ขายเพียง 1 ราย สามารถดำเนินการวิธีเฉพาะเจาะจงได้ เมื่อได้รับอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างตามข้อกำหนดแล้ว ทางหน่วยงานการจัดซื้อจะเชิญบริษัทที่อยู่ในคุณสมบัติที่สามารถเข้าแข่งได้ เข้ายื่นเอกสารและเปิดซองราคา จนได้ผู้ชนะ ก็จะทำการอนุมัติจัดซื้อต่อไป ซึ่งตรงนี้เป็นอำนาจตามกรอบวงเงิน ถ้าหากกรอบวงเงินเกิน 200 ล้านบาท จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรมเป็นผู้อนุมัติการสั่งซื้อ หลังจากอนุมัติเสร็จแล้ว จะเป็นขั้นตอนในการลงนามทำสัญญา ส่งมอบต่อไป
3.ขั้นตอนการตรวจรับ เมื่อบริษัทได้ส่งของให้องค์การเภสัชกรรมตามกำหนดส่งมอบ ทางองค์การเภสัชกรรมจะมีการตรวจรับและกระจายให้กับหน่วยงานปลายทางตามแผนของ สปสช.ต่อไป