วันที่ 16 สิงหาคม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เร่งดำเนินการและเพิ่มศักยภาพในการเข้าดูแลผู้ป่วยโควิด-19ด้วยระบบการดูแลแบบแยกกักตัวที่บ้าน/ชุมชน เพิ่มจำนวนโรงพยาบาลสนาม จำนวนเตียงเพื่อดูแลผู้ป่วยระดับที่มีอาการและอาการหนัก สำหรับผู้ป่วยเด็กที่พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าให้การดูแลตามระบบสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและไม่มีคนดูแล เนื่องจากพ่อแม่/ผู้ปกครองติดเชื้อโควิด-19 จะมีการประสานเพื่อไปอยู่ที่สถานกักตัวของรัฐ (State Quarantine ) เป็นเวลา 14 วัน และหากผู้ปกครองยังรักษาตัวไม่หายหรือยังไม่สามารถดูแลเด็กได้ เด็กจะได้รับการดูแลในสถานสงเคราะห์จนกว่าผู้ปกครองจะมีความพร้อม
กรณีเด็กกำพร้าเนื่องจากพ่อแม่หรือผู้ดูแลเสียชีวิตทั้งหมดจากโรคโควิด-19 เบื้องต้น กระทรวงพม. รายงานว่ามีจำนวน 35 คน ซึ่งเป็นตัวเลข ณ วันที่ 8 และยังไม่ครบทุกจังหวัด คาดว่าจะมีมากกว่านี้ โดยกระทรวงฯจะให้การช่วยเหลือในระยะยาวด้วย ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์รับเด็กที่ผู้ปกครองเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เป็นเด็กนักเรียนในพระบรมราชานุเคระห์ ซึ่งจะได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และสามารถเรียนได้สูงที่สุดตามความสามารถของเด็ก ซึ่งพม. จะดำเนินการประสานขอทุนการศึกษาให้กับเด็กกำพร้าทั้งหมด และหากเด็กไม่มีญาติดูแลก็จะให้เข้าสู่กองทุนคุ้มครองเด็กที่สามารถประสานครอบครัวอุปถัมภ์ โดยจะมอบเงินดูแลจนกว่าเด็กจะจบการศึกษา