อำเภอโชคชัย นครราชสีมา ผวา 3 คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่ ลามไม่หยุดติดเชื้อขยายวงครอบครัวลุกลาม 10 อำเภอ ป่วยสะสมร่วม 500 ราย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา นายสมชาย  อำพันกาญน์ นายอำเภอโชคชัย  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปก.) อ.โชคชัย เพื่อติดตามการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของโรงงานแปรรูปเนื้อไก่จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท ซีพีเอฟ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท คากิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท ซีพีเอฟ เรสเตอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเซน จำกัด (ไก่ห้าดาว) โดยมีคณะตรวจติดตามสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 (สคร.9) นครราชสีมาและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา ให้ข้อแนะนำและกำกับดูแลมาตรการ

คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่ ลามไม่หยุดลุกลามแล้ว 10 อำเภอ

ศปก.อ.โชคชัย ได้สรุปสถานการณ์ล่าสุด ปรากฏคลัสเตอร์คาร์กิลมีทส์ ต.กระโทก พบเชื้อ 263 ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 115 ราย เชื่อมโยงสู่วง 2 เป็นบุคคลในครอบครัวพื้นที่ อ.โชคชัย อ.เมือง อ.พระทองคำ อ.ปักธงชัย อ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี อ.เสิงสาง อ.หนองบุญมาก และ อ.โนนไทย คลัสเตอร์ซีพีเอฟ ต.ท่าเยี่ยม พบเชื้อ 186 ราย เชื่อมโยง อ.โชคชัย อ.ครบุรี อ.ปักธงชัย อ.เสิงสาง อ.หนองบุญมาก ขณะนี้ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ รักษาหาย 126 ราย และคลัสเตอร์ซีพีเอฟ (ไก่ย่างห้าดาว) ตรวจเชื้อลูกจ้าง 94 คน พบผู้ป่วย 49 ราย เชื่อมโยง อ.โชคชัย อ.สีคิ้ว อ.ปักธงชัย และ อ.หนองบุญมาก สาเหตุสถานที่ทำงานมีความคับแคบ การทำงานมีลักษณะใกล้ชิดกันทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่ ลามไม่หยุดลุกลามแล้ว 10 อำเภอ

นายสมชาย นายอำเภอโชคชัย กล่าวว่า ทุกภาคส่วนได้ระดมสรรพกำลังเร่งตัดวงจรการแพร่ระบาดของ 3 คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ขนาดใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งมีลูกจ้างรวมกว่า 1.5 หมื่นคน ได้สร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัว จึงได้ให้ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ลงพื้นที่สร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจการป้องกันและดูแลตนเอง เพื่อคลายความวิตกกังวลของชาวบ้าน ทั้งนี้ได้มีข้อแนะนำและข้อตกลงร่วมกันดังนี้ 1.การเฝ้าระวังผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในโรงงานให้เร่งแยกกลุ่มผู้ป่วยผู้เสี่ยงโดยเร็ว พบกลุ่มป่วยกลุ่มเสี่ยงปฏิบัติอย่างไร การรักษาผู้ป่วยเบื้องต้นแนะนำให้ใช้แพทย์ทางเลือก

2.การดำเนินการ bubble and seal ของผู้ป่วยสัมผัสเสี่ยงสูงมีโอกาสเป็นผู้ป่วยโควิดได้ต้องเฝ้าระวังและปรึกษาแพทย์หากพบสิ่งไม่ชอบมาพากล

3.การเฝ้าระวังผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในหอหรือโรงพยาบาลสนาม ควรมีมาตรการป้องกันการหลบหนี หากผู้สัมผัสเสี่ยงสูงประสงค์เข้าชุมชนต้องได้รับคำยินยอมจากผู้นำหรือ อสม.และส่งเรื่องให้ สสจ.นครราชสีมา พิจารณาเห็นชอบแล้วจึงจะอนุญาตให้ออกจากหอพักได้

4.กรณีผลตรวจไม่พบเชื้อหรือเป็น Negative อยู่ในมาตรการ bubble and seal จบคอร์สและได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม สามารถกลับสู่ชุมชนโดยไม่ต้องกักตัวก่อน ถือเป็นผู้มีภูมิคุ้มกันมากกว่าคนในชุมชน หากประสงค์จะออกจากที่กักกันก่อนครบกำหนดต้องเป็นผู้รับผิดชอบเสียค่าใช้จ่ายดำเนินการกักกันตัวเองก่อนเข้าสู่ชุมชน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำหนดข้อตกลงนี้ไว้ในเอกสารยินยอมให้เข้าชุมชนกรณีออกจากระบบ Seal ก่อนกำหนดโดยไม่มีเอกสารยินยอมใดๆให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ

5.กรณีเป็นผู้ป่วยโควิดรักษาหายได้รับวัคซีน 1 เข็ม หรือผู้ป่วยเมื่อได้ตรวจหาแอนติบอดีแล้วเป็น Positive และกักตัวครบ 7 วัน สามารถปล่อยกลับเข้าสู่ชุมชนได้เนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่มีเชื้อโควิด

6.ช่วงการกักตัวของผู้สัมผัสเสี่ยงสูงหรือผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำจะต้องมีการเฝ้าสังเกตอาการร่วมกับ รพ.โชคชัย

7.การเยียวยาผู้สัมผัสเสียงสูงในชุมชน โรงงานจะไปปรึกษาหาแนวทางช่วยเหลือเนื่องจากงบประมาณ อปท.ไม่เพียงพอ

 

 

โดย เกษม  ชนาธินาถ