ผู้หญิงตั้งครรภ์ ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน มีอัตราเสี่ยงสูงในการเสียชีวิต ทำอย่างไรถึงจะปลอดภัยหรือมีอาการไม่รุนแรงเมื่อติดเชื้อ และปฏิบัติอย่างไรเมื่อต้อง เวิร์ก ฟอร์ม โฮม

วันนี้ ( 14 ส.ค.64) จากการรายงานสถานการณ์ติดเชื้อของ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วานนี้ (13 ส.ค.)เสนอผลการวิเคราะห์การเสียชีวิตเจ็บป่วยของ 2 กลุ่ม คือ หญิงตั้งครรภ์พบผู้ติดเชื้อ ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 เมษายนถึง 11 สิงหาคมผู้ติดเชื้อ 185 ราย คิดเป็น 0.02% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดที่รับรายงาน มีผู้เสียชีวิต 29 ราย คิดเป็น 0.43% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่รับรายงาน โดยต่างเสียชีวิตอายุ 33 ปี ทั้งนี้พบว่าการเสียชีวิต อายุครรภ์ตั้งแต่ 29- 42 สัปดาห์ สูงถึง 55% ขณะที่ 14- 28 สัปดาห์ 41%

สำหรับ การติดเชื้อโควิดและเสียชีวิตในหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 185 ราย เสียชีวิต 29 ราย ที่มีการรายงานตั้งแต่ 1 เม.ย. - 11 ส.ค. 64

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่

• มีประวัติเสี่ยงคือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน

• อายุเฉลี่ย 33 ปี

• มีอายุครรภ์ระหว่าง 29 - 42 สัปดาห์

หญิงตั้งครรภ์ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ส่วนใหญ่

• ไม่มีอาการ / อาการน้อย

• อัตราการเสียชีวิตน้อย คือ 1 ราย จาก 29 รายที่เสียชีวิต

หญิงตั้งครรภ์มีความกังวล ไม่กล้าฉีดวัคซีน

ความเป็นจริงหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับวัคซีนส่วนใหญ่จะมีอาการน้อย และเสียชีวิตน้อยกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน

ผู้หญิงตั้งครรภ์ ควรฉีดวัคซีนลดเสียชีวิตและอาการรุนแรง WFH ต้องทำอย่างไร

คำแนะนำหญิงตั้งครรภ์ WFH

> เตรียมอุปกรณ์ ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานที่บ้าน

> เว้นระยะห่างคนในบ้าน 1-2 เมตร

> สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้นเมื่ออยู่คนเดียว

> หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่

> ตรวจวัดอุณหภูมิบ่อยๆ หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ

หรือสงสัยว่าติดเชื้อรีบพบแพทย์ทันที

> ควรงดออกจากบ้าน

> กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

> รักษาความสะอาดภายในบ้าน ให้อากาศถ่ายเท แสงแดดเข้าถึง

> งดใช้ของส่วนตัว อุปกรณ์ ร่วมกับผู้อื่น

> ทำความสะอาดหลังการใช้ห้องน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และ

ล้างมือให้สะอาดก่อนออกจากห้องน้ำ

 

ดูรายละเอียดได้ที่นี่

ผู้หญิงตั้งครรภ์ ควรฉีดวัคซีนลดเสียชีวิตและอาการรุนแรง WFH ต้องทำอย่างไร