วันนี้ (13 ส.ค.64) นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ประจำวันที่ 13 สิงหาคม ว่า ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 35 ของโลก ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 23,418 ราย ติดเชื้อในประเทศ 23,021 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 9 ราย จากเรือนจำที่ต้องขัง 388 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 834,326 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 863,189 ราย หายป่วยเพิ่ม 20,083 ราย หายป่วยสะสม 616,458 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 184 ราย เสียชีวิตสะสม 7,032 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.84% ผู้ป่วยรักษาอยู่ 212,179 ราย ในโรงพยาบาล 61,299 ราย โรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 150,880 ราย อาการหนัก 5,565 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,111 ราย
ฉีดวัคซีนแล้ว 22,508,659 โดส เข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 171,488 ราย สะสม 17,239,593 ราย เข็มที่สองเพิ่มขึ้น 28,359 ราย สะสม 4,855,000 ราย เข็มที่สามเพิ่มขึ้น 19,993 รายสะสม 414,066 ราย ส่วนการตรวจแบบ ATK ในรอบ 24 ชั่วโมง 1,523 ราย ซึ่งจะนำผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เข้าสู่การแยกกักที่บ้าน
ผู้ป่วยเสียชีวิตจำนวน 184 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 71 ราย สมุทรสาคร 16 ราย สมุทรปราการ 12 ราย นครปฐม 6 ราย นราธิวาส 5 ราย ยะลา 3 ราย ปัตตานี 1 ราย นครศรีธรรมราช 3 ราย ระนอง 1 ราย อุดรธานี 4 ราย อุบลราชธานี 3 ราย ขอนแก่น 3 ราย เลย 2 ราย อำนาจเจริญ 2 ราย กาฬสินธุ์ 1 ราย ยโสธร 1 ราย ร้อยเอ็ด 1 ราย ศรีสะเกษ 1 ราย ตาก 4 ราย เพชรบูรณ์ 3 ราย ชัยนาท 3, นครสวรรค์ 2 ราย กำแพงเพชร 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย อุทัยธานี 1 ราย ราชบุรี 7 ราย สุพรรณบุรี 7 ราย สระบุรี 6 ราย ปราจีนบุรี 4 ราย สิงห์บุรี 2 ราย นครนายก 2 ราย จันทบุรี 1 ราย ชลบุรี 1 ราย ระยอง 1 ราย และประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย เพศชาย 100 ราย หญิง 84 ราย ชาวไทย 177 ราย ลาว 1 ราย เมียนมา 5 ราย อินเดีย 1 ราย ค่ากลางอายุ 67 ปี (12-105 ปี) อายุ 60 ปีขึ้นไป 123 ราย คิดเป็น 67% อายุน้อยกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 36 ราย คิดเป็น 20% ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 23 ราย คิดเป็น 12% หญิงตั้งครรภ์ 2 ราย คิดเป็น 1% จากจังหวัดชัยนาท และอุดรราชธานี อาศัยไปในพื้นที่ระบาด 68 ราย ครอบครัว 39 ราย คนรู้จัก 48 ราย
ทั้งนี้การติดเชื้อในกรุงเทพมหานคร 5,140 ราย ถือว่าเป็นนิวไฮ จากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน พบเป็นชาวไทย 3,992 ราย ต่างด้าว 2 ราย จากระบบเฝ้าระวังและจากโรงพยาบาล ชาวไทย 1,072 ราย ต่างด้าว 74 ราย อย่างไรก็ตามในที่ประชุมศปก.ศบค. ระบุว่า เป็นผลจากการตรวจเชิงรุก ของกลุ่ม CCRT รวมถึงการดึงเคสต่างๆเข้ามา และใช้วิธีการตรวจแบบ ATK บวกกับการตรวจแบบ PCR ซึ่งโดยเฉลี่ยมากกว่า 10% อยู่ในชุมชนและเกณฑ์มารับการตรวจ ดังนั้นประชาชนในกรุงเทพมหานคร ประมาณ 1 ราย ใน 8-9 รายที่มีเชื้อ ซึ่งเรามีโอกาสที่จะเข้าไปตรวจในชุมชนและเจอเชื้อได้มาก คนที่สงสัยว่ามีความเสี่ยง ขอให้แยกตัวออกจากครอบครัว ชุมชน และรับการตรวจโดยเร็ว หากสงสัยว่ามีการสัมผัส แต่ยังไม่มีอาการก็ขอให้รีบมารับการตรวจ เพื่อจะได้แยกโรค แยกคนติดโรค ออกจากคนปกติโดยเร็วเพื่อจะได้ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้