นายอลงกรณ์ พลบุตร ในฐานะหัวหน้าทีมบริหารจัดการผลไม้เฉพาะกิจของฟรุ้ทบอร์ด ยังกล่าวต่อไปว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ Fruit Board และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ ได้สั่งการให้ฟรุ้ทบอร์ดเร่งช่วยเหลือชาวสวนลำไย และเงาะที่มีราคาลดลงในช่วงกลางฤดูผลิตและลองกองอีกกว่า 4 หมื่นตันที่กำลังจะออกมาเป็นการล่วงหน้าโดยด่วน พร้อมกันนี้ยังได้ขอบคุณและเชิญชวนทุกภาคส่วนช่วยกันสนับสนุนซื้อผลไม้ไทยเพื่อช่วยชาวสวนให้ได้ราคาที่เป็นธรรมมีรายได้เพิ่มขึ้นจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลผลไม้ปี 2564
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เร่งพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลไม้และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) รวมทั้งมาตรการป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19 (COVID Free) ตามยุทธศาสตร์เกษตรปลอดภัยและให้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจภายใต้ฟรุ้ทบอร์ดจัดทำแผนปฏิรูปการบริหารจัดการผลไม้เชิงโครงสร้างทั้งระบบ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวภายใน 90 วัน โดยฟรุ้ทบอร์ดมอบที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ เป็นประธานเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากทุกปี โดยเฉพาะให้สร้างกลไกที่พร้อมปฏิบัติการฉุกเฉินได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหาเฉพาะหน้า เช่นกรณีปัญหาการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในปีนี้ที่ต้องปรับกลยุทธ์และปรับแผนแม้จะทำได้รวดเร็วก็ตามแต่ยังเป็นมาตรการเฉพาะกิจบางครั้งต้องมีการประชุมทำให้เกิดปัญหาขั้นตอนราชการกว่าจะอนุมัติมาตรการใหม่ๆ ก็ต้องใช้เวลาไม่ทันการแก้ปัญหาแบบเร่งด่วน เหตุการณ์ปีนี้คือบทเรียน
ทั้งนี้ จากรายงานของกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ในเดือนมิถุนายนปีนี้ การส่งออกผลไม้เพิ่มขึ้น 185% และมังคุดส่งออกขยายตัวกว่า 400% แต่พอถึงเดือนกรกฎาคมเกิดการการแพร่ระบาดของโควิด19 ภายในประเทศที่รุนแรงมากขึ้นทำให้มีการออกมาตรการล็อคดาวน์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่สุดของผลไม้ไทย รวมทั้งเวียดนามและลาวที่เป็นเส้นทางการขนส่งได้ยกระดับมาตรการป้องกันโควิด19 เข้มข้นมากขึ้น ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์หมุนกลับมาไม่ทันล้งเคลื่อนย้ายไปภาคใต้ได้น้อยมากส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ กลไกการค้าและราคาผลไม้ จะเห็นว่าในสถานการณ์โควิด19 มีโอกาสเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดได้ตลอดเวลา จึงต้องปรับการบริหารและโครงสร้างใหม่เพื่อรับมือกับวันข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ทางด้านกระทรวงพาณิชย์ทำงานเชิงรุกตลอดเวลาเช่นกัน ล่าสุด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งรัดการเปิดตลาดใหม่ด้วยโครงการจับคู่ธุรกิจเพื่อเจรจาการค้าผ่านระบบออนไลน์ในตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา ซึ่งผู้เข้าร่วมเจรจาธุรกิจเป็นผู้ส่งออกไทยจำนวน 123 บริษัท และมีผู้ซื้อ ผู้นำเข้าสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น จำนวน 74 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจได้จำนวน 123 คู่ ก็เป็นอีกมาตรการเพื่อขยายตลาดส่งออกโดยเฉพาะผลไม้และผลิตภัณฑ์ผลไม้ของไทย